รัฐมนตรีกระทรวงการโยกย้ายถิ่นฐานของอินโดนีเซีย ไปเยือนจีนนาน 7 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ( 12 ต.ค. ) เพื่อหารือด้านการเกษตรสมัยใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาชนบท พร้อมกับผลักดันให้จีนรับซื้อทุเรียนจากแดนอิเหนา
ก่อนออกเดินทาง นาย มูฮัมหมัด อิฟติทาห์ สุไลมาน ซูรยานาการา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการโยกย้ายถิ่นฐานของอินโดนีเซียกล่าวว่า อินโดนีเซียต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากจีนในการบูรณาการภาคเกษตรกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรม และการยกระดับคุณภาพแรงงาน เพื่อใช้เป็น “แนวทางอ้างอิง” สำหรับการสร้างงานในพื้นที่โครงการโยกย้ายถิ่นฐานของอินโดนีเซีย
สำนักข่าวอันตารารายงานว่า ในระหว่างการเยือนจีน นายซูรียานาการาได้ร่วมหารือกับกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีน ตลอดจนบริษัท 4 แห่ง ซึ่งรวมถึง Shenzhen DJI Innovations ผู้พัฒนาโดรน และ China National Township Enterprises บริษัทด้านการค้าสินค้าเกษตร
นอกจากนั้น เขาได้รับเชิญให้ไปแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อการพัฒนาอุตสาหกรรมนอกเกาะชวาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง โดยได้ชูประเด็นศักยภาพของทุเรียนอินโดนีเซียในการเจาะตลาดผู้บริโภคชาวจีน
อินโดนีเซียต้องการผลักดันให้พื้นที่โยกย้ายถิ่นฐาน โดยเฉพาะในจังหวัดซูลาเวซีกลาง กลายเป็นศูนย์กลางหลักในการผลิตและส่งออกทุเรียนคุณภาพสูงเพื่อป้อนตลาดจีนที่กำลังเติบโตอย่างมหาศาล
อินโดนีเซียเน้นย้ำว่าไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ส่งออกวัตถุดิบหรือผลไม้สดเท่านั้น แต่ต้องการความร่วมมือในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับสินค้าเกษตรในท้องถิ่น และสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชากรที่ย้ายถิ่นฐานอีกด้วย
สำนักข่าวอันตารารายงานว่า ทุเรียนที่ปลูกในจังหวัดสุลาเวสีกลางของอินโดนีเซีย รวมถึงมะพร้าว อ้อย และกาแฟที่เพาะปลูกในพื้นที่อื่น ๆ ของหมู่เกาะแห่งนี้ อาจกลายเป็น “จุดเน้นในการสำรวจความร่วมมือ” ระหว่างสถาบันต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศได้
จีนเป็นผู้บริโภคทุเรียนประมาณร้อยละ 90 ของปริมาณทุเรียนทั่วโลก ขณะที่อินโดนีเซียมีแผนการส่งออก โดยเริ่มต้นจากการส่งออกทุเรียนแช่แข็งก่อน แล้วจึงขยับขยายไปสู่การส่งออกทุเรียนสดตามความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน
ด้านนายโมฮาหมัด เรซา ตีร์ตาวินาตา ผู้อำนวยการมูลนิธิทุเรียนนูซันตารา เรียกร้องรัฐบาลอินโดนีเซียยกระดับความสำคัญของอุตสาหกรรมผลไม้และผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทุเรียน โดยเขามองว่า นักลงทุนจากจีนมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในสวนทุเรียนในอินโดนีเซีย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อปีที่แล้ว ตีร์ตาวินาตาระบุว่า อินโดนีเซียจำเป็นต้องปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการตรวจสอบ การบรรจุ และการขนส่งทุเรียน นอกจากนั้น ต้องมีการลงทุนในสวนทุเรียนทั่วประเทศเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปีสำหรับป้อนตลาดจีน อีกทั้งเกษตรกรควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่ตรงกับไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในการส่งออกทุเรียน
ทั้งนี้ โครงการโยกย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลอินโดนีเซียเป็นการนำประชาชนที่ยากไร้หรือไม่มีที่ดินทำกิน ออกจากพื้นที่ประชากรหนาแน่น ไปยังพื้นที่ที่มีประชากรเบาบางกว่า รวมถึงพื้นที่ในเขตชนบท โดยนับจนถึงปี 2566 มีการโยกย้ายประชาชนไปแล้วกว่า 7 ล้าน 2 แสนคน
ในปี 2564 จีนประกาศว่าได้ขจัดความยากจนขั้นรุนแรงให้หมดสิ้นไปแล้ว หลังจากดำเนินการณรงค์มาเป็นเวลา 8 ปี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงระบุว่าความสำเร็จมาจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่ระดับครัวเรือนและรายบุคคล โดยมีการใช้มาตรการที่ออกแบบมาเฉพาะ เช่นการลดภาษี เงินอุดหนุนจากภาครัฐ และการเปลี่ยนผ่านจากการทำงานภาคเกษตรไปสู่การจ้างงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า มาตรการเหล่านี้ช่วยยกระดับรายได้ในเขตชนบทของจีนให้สูงขึ้น
ที่มา : SCMP


