xs
xsm
sm
md
lg

“ด่านหวงกั่ง” โฉมใหม่ ใหญ่และเร็วกว่าเดิม 5 เท่า เชื่อมฮ่องกง-แผ่นดินใหญ่ เหนียวแน่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกำลังช่วยผู้เดินทางข้ามพรมแดนจากฮ่องกงไปยังเซินเจิ้นที่ด่านหวงกั่งที่ปรับปรุงใหม่และเปิดใช้เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2026 (แฟ้มภาพรอยเตอร์)
จีนเปิดด่านตรวจคนเข้าเมืองหวงกั่ง (Huanggang Port) โฉมใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้( 12 ต.ค.) หลังยกเครื่องนาน 6 ปี ด่านพรมแดนเชื่อมต่อนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) กับเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งนี้ใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองร่วม โดยผู้โดยสารเพียงแสดงเอกสารเพียงครั้งเดียว

ผู้บริหารสูงสุดแห่งเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ระบุในแถลงการณ์ของรัฐบาลท้องถิ่นว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองหวงกั่งเป็นโครงการก่อสร้างครั้งหลักหมาย ที่เกิดจากความร่วมมือและคู่หุ้นส่วนที่ใกล้ชิดระหว่างฮ่องกงและเมืองเซินเจิ้น เพื่อผลประโยชน์และการมีส่วนร่วมระหว่างกัน”

สำนักงานดูแลกิจการฮ่องกงและมาเก๊าแห่งจีน ระบุว่า ด่านหวงกั่ง ถือเป็นอาคารด่านพรมแดนทางบกหลังเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ด่านพรมแดนหวงกั่งเก่าในเซินเจิ้น เพื่อให้บริการผู้อาศัยในฮ่องกงที่เดินทางมาที่ด่านโดยซัตเตอร์บัส หรือโดยยานพาหนะอื่นๆ

โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และใช้ระบบตรวจสอบและพิธีการทางศุลกากรร่วมกันแบบใหม่ ซึ่งเอื้อให้นักเดินทางสามารถผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของทั้งฮ่องกงและเซินเจิ้นได้ด้วยการเข้าคิวเพียงครั้งเดียว และลดระยะเวลาผ่านด่านจากราว 30 นาทีที่ด่านลั่วหม่าโจว-หวงกั่งเดิม เหลือเพียง 5 นาที

ด่านหวงกั่งที่ปรับปรุงใหม่ถูกออกแบบให้รองรับการเดินทางของผู้โดยสาร 2 แสนครั้งต่อวัน และสามารถเพิ่มขึ้นเป็นราว 3 แสนครั้งต่อวันในอนาคต เมื่อโครงการรถไฟสายแยกนอร์เธิร์น ลิงก์ของบริษัทเอ็มทีอาร์ คอร์เปอเรชัน ลิมิเต็ด (MTR Corporation Limited) ของฮ่องกงเปิดให้บริการในอนาคต นอกจากนี้ ด่านแห่งนี้มีช่องตรวจคนเข้าเมืองร่วมแบบอัตโนมัติ จำนวน 134 ช่อง และช่องตรวจแบบมีเจ้าหน้าที่ประจำการ จำนวน 68 ช่อง

อนึ่ง ด่านหวงกั่งเดิม ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 1989 เป็นด่านพรมแดนทางบกขนาดใหญ่แห่งแรกของจีนที่เปิดให้บริการตรวจคนเข้าเมืองตลอด 24 ชั่วโมง รองรับนักเดินทางหลายร้อยล้านคน มีปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารสูงสุดกว่า 60,000 ครั้งต่อวัน และมีปริมาณรถยนต์ผ่านด่านราว 10,000 คันต่อวัน

ที่มาข่าว ซินหัว และสื่อจีนอื่นๆ