"จาง จยาฉี" เจ้าของเหรียญทองกีฬากระโดดน้ำในการแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว 2020 ทีมชาติจีน วัย 22 ปี เผชิญกระแสดราม่าบนโลกออนไลน์ของจีน หลังปรากฏตัวในรายการเรียลลิตี้โชว์ร่วมกับแม่ ซึ่งเผยให้เห็นการพฤติกรรมควบคุมลูกสาวอย่างเข้มงวด จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงวัฒนธรรมการเลี้ยงดูแบบดั้งเดิม
จาง จยาฉี เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลางในกรุงปักกิ่ง เริ่มฝึกกระโดดน้ำตั้งแต่อายุ 6 ขวบ คว้าแชมป์ระดับประเทศครั้งแรกขณะมีอายุเพียง 12 ขวบ และกวาดเหรียญทองมาแล้วมากมายทั้งในและต่างประเทศ จนมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโต่วอิน (Douyin) ถึง 3.3 ล้านคน อย่างไรก็ตาม การฝึกซ้อมอย่างหนักนานหลายปีส่งผลให้เธอประสบปัญหาสุขภาพ ทั้งอาการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณไหล่ หลัง และเท้า จนตัดสินใจประกาศอำลาสนามเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567
หลังเกษียณตนเองจากการเป็นนักกีฬา จาง จยาฉี พยายามพึ่งพาตนเองและสร้างอิสรภาพทางการเงินผ่านการเป็นวิทยากร ร่วมงานแฟชั่น และไลฟ์สตรีมขายสินค้า แต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 เธอและแม่ได้เข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ "My Little One" ทางสถานีโทรทัศน์หูหนานทีวี ซึ่งเผยให้เห็นความตึงเครียดในความสัมพันธ์อย่างชัดเจน โดยแม่ของเธอคอยดุด่าและตำหนิตลอดรายการในเรื่องเล็กน้อย เช่น การลืมดึงป้ายราคาเสื้อ การสั่งอาหารเดลิเวอรี ห้องนอนไม่เรียบร้อย หรือแม้กระทั่งการนั่งบนพื้นเพื่อสวมรองเท้า พร้อมระบุว่าชีวิตของลูกสาว "ยุ่งเหยิงไปหมด"
สื่อจีนแผ่นดินใหญ่รายงานว่า จาง จยาฉี รู้สึกว่าตนเองเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของทีมชาติมากกว่าพ่อแม่ และระบุว่าแม่ให้ความสำคัญกับเหรียญรางวัลมากกว่าความรู้สึกของเธอ รวมถึงคาดหวังให้เธอเป็นคนสมบูรณ์แบบโดยไม่คำนึงถึงความปรารถนาของลูก นอกจากนี้ พ่อแม่ของเธอยังเป็นผู้ถือสมุดบัญชีและบัตรธนาคารทั้งหมด 3 ใบของเธอไว้ เมื่อเธอขอแบ่งเงินเก็บจากการเล่นกีฬามาลงทุนหลังอำลาสนาม แม่ของเธอกลับปฏิเสธโดยอ้างว่าเธอยังเด็กเกินไป และคัดค้านการทำงานไลฟ์สตรีมขายสินค้า
ถึงกระนั้น จาง จยาฉี ยังคงมุ่งมั่นศึกษาเรียนรู้เรื่องการเลือกสินค้า การนำเสนอหน้ากล้อง ภาษาอังกฤษ ตลอดจนเตรียมสอบใบอนุญาตผู้ตัดสินกีฬากระโดดน้ำระดับนานาชาติ และเรียนขับรถ โดยมีเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและซื้อบ้านเป็นของตนเอง ต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 เธอได้โพสต์ข้อความสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเปราะบางกับแม่ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยหวังว่าจะสามารถปรับเข้าใจและกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้
เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตรของครอบครัวจีนที่มักจะเข้มงวดและกดดัน โดยชาวเน็ตจำนวนมากต่างแสดงความเห็นใจและสนับสนุนความพยายามในการแสวงหาอิสรภาพทางการเงินของเธอ
ที่มา: South China Morning Post


