ผลงานลายมือเขียนพู่กันจีนโบราณระดับปารมาจารย์ซึ่งเคยสูญหายไปตั้งแต่ปี 2488 ได้กลับมาปรากฏสู่สายตาสาธารณชนอีกครั้ง ก่อนถูกนำออกประมูลและปิดราคาไปสูงถึง 177.45 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 758 ล้านบาท) ในการประมูลฤดูใบไม้ร่วงของ China Guardian Hong Kong ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.)
ผลงานดังกล่าวมีชื่อว่า "จี๋สือเถี่ย" (积时帖) หรือ "จดหมายสั่งสมกาลเวลา" ผลงานของ "อี๋ว์ ชื่อหนาน" (虞世南) ปารมาจารย์นักเขียนอักษรพู่กันจีน หรือ ลายสือศิลป์ ชื่อดังในสมัยต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) ผู้เป็นพระอาจารย์สอนลายสือศิลป์ของจักรพรรดิถังไท่จง โดยตัวม้วนกระดาษลายสือศิลป์ มีขนาด 27 x 52.5 เซนติเมตร เป็นจดหมายส่วนตัวของอี๋ว์ซื่อหนานที่เขียนถึงเพื่อนในช่วงปลายฤดูหนาว มีเนื้อหาถามไถ่สารพัดสุขและสุขภาพ ความยาวเพียงไม่กี่สิบคำ
ตามบันทึกประวัติศาสตร์ ผลงานชิ้นนี้เคยตกเป็นสมบัติสะสมของราชสำนักในสมัยราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) โดยมีตราประทับของจักรพรรดิเฉียนหลง จักรพรรดิจยาชิ่ง และจักรพรรดิปูยี ผู้ชื่นชอบผลงานลายสือศิลป์ "จี๋สือเถี่ย" อย่างมาก
หลังจากที่ราชวงศ์ชิงล่มสลาย ในช่วงทศวรรษที่ 1930 จักรพรรดิปูยี (หุ่นเชิดของญี่ปุ่น) ได้นำสมบัติล้ำค่าในวังต้องห้ามที่ปักกิ่งจำนวนมากรวมทั้งม้วนลายมือเขียนพู่กันของอี๋ว์ซื่อหนานไปยังวังที่ประทับ "พระราชวัง (จักรพรรดิหุ่นเชิด) แห่งแมนจูกัว" ในเมืองฉางชุนด้วย ก่อนที่ญี่ปุ่นยอมประกาศแพ้สงครามในปี ค.ศ. 1945 จักรพรรดิปูยีทรงหลบหนีและทิ้งสมบัติจำนวนมากรวมทั้ง "จี๋สือเถี่ย" ไว้ที่หอเก็บภาพเขียนและอักษรวิจิตร "เสี่ยวไป๋โหลว" ในบริเวณพระราชวังแมนจูกัว ต่อมา ทหารได้เข้าปล้นสะดมวังฯ ผลงานศิลปะจำนวนมากถูกทำลายหรือไม่ก็เผาทิ้ง และเชื่อว่า"จี๋สือเถี่ย" ถูกทำลายไปแล้วด้วย
จนกระทั่ง บริษัทการประมูล ไชน่า การ์เดียน (China Guardian) ประกาศว่าลายสือศิลป์ "จี๋สือเถี่ย" ยังอยู่ และได้นำมาจัดแสดงที่ศูนย์แสดงศิลปะการ์เดียนในปักกิ่ง Guardian Art Centre ระหว่างวันที่12-13 ก.ย.ที่ผ่านมา สื่อโซเชียลหลายรายเผยว่า ผู้จัดงานฯจำกัดเวลาในการเข้าชมแค่ 2 นาที เนื่องจากมีผู้รอคิวเข้าชมจำนวนมาก
แม้ตัวม้วนกระดาษลายสือศิลป์ "จี๋สือเถี่ย" เสียหายและอักษรเปิดสองตัวแรกสูญหายไป แต่ส่วนสำคัญของลายมือเขียนพู่กันรวมถึงบันทึกคำนิยมของ "ต่ง ฉีชาง" (Dong Qichang) ปราชญ์คนสำคัญในสมัยราชวงศ์หมิงยังคงสมบูรณ์ ซึ่งการประมูลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของวงการศิลปะจีน
ที่มา: South China Morning Post


