สำนักข่าวซินหัวรายงาน-- หอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน รายงานว่า "กัวซิ่วหลาน" ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง (นานกิง) สิ้นลมด้วยวัย 94 ปี ในวันพุธ (7 ต.ค.) ปัจจุบัน มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่นานกิงที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือเพียง 20 คน
บันทึกคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตที่จัดเก็บไว้ในหอรำลึกฯ ระบุว่ากัวซึ่งเกิดในปี 1932 ถูกพ่อแม่พาไปหลบซ่อนพร้อมกับพี่น้องในหลุมหลบภัยใต้ดินพร้อมกับเพื่อนบ้าน ขณะเกิดเหตุสังหารหมู่หนานจิงหลังจากกองทัพญี่ปุ่นยึดครองนครหนานจิงเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 1937 โดยกัวเล่าว่าทหารญี่ปุ่นยืนอยู่บริเวณปากทางและกราดยิงหลุมหลบภัยด้วยปืนกล พ่อแม่ของเธอและน้องสาวคนเล็กเสียชีวิต มีเพียงน้องสาวคนรองกับเธอเท่านั้นที่รอดชีวิต
ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ ทหารญี่ปุ่นได้เข่นฆ่าพลเรือนและทหารไร้อาวุธชาวจีนราว 3 แสนราย ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่สุดของสงครามโลกครั้งที่สอง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงเสียชีวิตไปหลายราย ทำให้กลุ่มผู้รอดชีวิตที่จะเล่าเหตุการณ์สังหารหมู่ที่นานกิงโดยตรงลดลงเรื่อยๆ
เมื่อปี 2014 สภานิติบัญญัติระดับชาติของจีนได้กำหนดให้วันที่ 13 ธ.ค. เป็นวันรำลึกถึงเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง โดยรัฐบาลจีนได้เก็บรวบรวมคำบอกเล่าจากเหล่าผู้รอดชีวิตทั้งแบบลายลักษณ์อักษรและคลิปวิดีโอ ซึ่งเอกสารเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในมรดกความทรงจำโลกแห่งองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2015


