xs
xsm
sm
md
lg

จีนทำสารคดี "หวังซิง" ดารานักแสดงจีนถูกหลอกไปเมียวดี 4 วัน โดนขายต่อ 3 ค่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตำรวจเข้าช่วย หวังซิง ออกจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์
สารคดี "บันทึกการทลายแก๊งสแกมเมอร์เมียวดี" ที่ผลิตโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ออกอากาศทางช่อง CCTV-1 เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2569 ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของคดีนักแสดงหนุ่มชาวจีนชื่อ "หวังซิง" (王星) ที่ถูกหลอกลวงไปบังคับทำงานในขบวนการคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ บริเวณพื้นที่เมียวดี ประเทศเมียนมา

ย้อนกลับไปช่วงต้นเดือนมกราคม 2568 ตำรวจนครบาลเซี่ยงไฮ้ได้รับการแจ้งความว่า มีนักแสดงชายชื่อหวังซิง ขาดการติดต่อบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยจากการสืบสวนพบว่า เมื่อช่วงปลายปี 2567 หวังซิงได้เห็นประกาศรับสมัครนักแสดงในกลุ่มแชตวีแชต (WeChat) จากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "เหยียนสือลิ่ว" (颜十六) ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้ช่วยผู้กำกับคัดเลือกนักแสดงสำหรับภาพยนตร์เรื่อง "มือปราบยาเสพติดหญิง" (缉毒女警) โดยระบุว่าจะถ่ายทำในประเทศไทยและเก็บข้อมูลการถ่ายทำรวมถึงรายชื่อนักแสดงไว้เป็นความลับ

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น คนร้ายได้สั่งให้หวังซิงส่งคลิปวิดีโอทดสอบการแสดง ก่อนจะส่งยืนยันผ่านการคัดเลือก พร้อมจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เซี่ยงไฮ้-กรุงเทพฯ และจองโรงแรมให้อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อหวังซิงเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568 ได้มีรถตู้มารอรับตามที่นัดหมายไว้ แต่ผู้ขับขี่ไม่ได้นำตัวส่งไปยังโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตตามแผนเดิม โดยอ้างว่าต้องเปลี่ยนโรงแรมและนำรถมุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

หวังซิง หลังจากได้รับการช่วยเหลือกลับจีน โพสต์ข้อความว่าเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
ระหว่างเดินทาง หวังซิงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเนื่องจากถูกบังคับให้เปลี่ยนรถใกล้กับซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง และมีชายไม่ทราบฝ่ายสองคนขึ้นมาควบคุมตัวบนรถ เขาจึงส่งข้อความรหัสลับที่ตกลงไว้กับแฟนสาวก่อนเดินทางว่า "ให้อาหารแมวหรือยัง" เมื่อแฟนสาวได้รับข้อความ จึงรีบแจ้งตำรวจทันที อย่างไรก็ตาม หวังซิงได้ถูกกลุ่มติดอาวุธพาตัวข้ามชายแดนไทยไปยังเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา และขาดการติดต่ออย่างสมบูรณ์

ภายหลังเกิดเหตุ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนได้ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศกับตำรวจไทยและตำรวจเมียนมาทันที โดยทีมช่วยเหลือร่วมสามารถค้นหาและช่วยเหลือหวังซิงได้สำเร็จ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าภายในเวลาเพียง 4 วัน หวังซิงถูกขายต่อถึง 3 ครั้ง โดยย้ายจากค่ายอาพอลโล (Apollo) ไปยังค่ายมืดข้างค่ายหวนย่า (Huanya) และไปสิ้นสุดที่ค่ายไคซวน (Kaixuan) ในเมียวดี

จากการขยายผล ทางการจีนและไทยได้ร่วมมือกันจับกุมผู้สงสัยในขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติได้ 17 ราย รวมถึงตัวผู้ต้องหาชื่อ "เหยียนมู่เหล่ย" หรือ "เหยียนสือลิ่ว" ที่แฝงตัวเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ทั้งนี้ ตำรวจระบุว่ากลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์และค้ามนุษย์ข้ามชาติได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการหว่านแห มาเป็นการสร้างเรื่องหลอกลวงแบบเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย (Customized Frauds) โดยอาศัยสายงานและอาชีพของผู้เสียหายในการล่อลวง ซึ่งคดีนี้ถือเป็นประตูด่านสำคัญที่ทำให้ทางการเข้ากวาดล้างรังใหญ่ของขบวนการสแกมเมอร์ในพื้นที่เมียวดีได้อย่างถอนรากถอนโคน

ที่มา: CCTV News