xs
xsm
sm
md
lg

“อีลอน มัสก์” มองการผงาดเป็นผู้นำเอไอของจีนจากพลังการประมวลผล และชิป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อีลอน มัสก์ ซีอีโอแห่งTesla/SpaceX ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ สถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2026
ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว (23 ก.ย.) ระหว่างที่สีจิ้นผิง เยือนสหรัฐฯ อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของTesla/SpaceX ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการของช่องการเงินแห่งสถานีโทรทัศน์แห่งจีน หรือซีซีทีวี ในหลายๆประเด็นด้วยกัน ตั้งแต่โปรยยาหอมชมความสามารถของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่พาประเทศจีนเจริญรุ่งเรือง มัสก์ ยังได้ประเมินถึงความก้าวหน้าในด้านพลังการประมวลผลสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ เอไอ (AI) และ ชิป ซึ่งกำลังเป็นกระแสในทุกภูมิภาคของโลก

ไม่มีอะไรที่เป็นความบังเอิญ ในวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา อาลีบาบา เปิดตัว Zhenwu V900 ชิปเอไอรุ่นล่าสุดที่ทรงพลังที่สุดในประเทศจีนเวลานี้ ชื่อชิปรุ่นทรงพลัง เจิ้นอู่ (Zhenwu/真武)นี้ เป็นนามของเทพระดับ “เจ้าพ่อใหญ่” ที่ทรงอานุภาพในความเชื่อศาสนาเต๋าของจีน และถ้าแปลตามตัวอักษร ก็คือ “การรบที่แท้”

อาลีบาบา เปิดตัว Zhenwu V900 ชิปเอไอรุ่นล่าสุดที่ทรงพลังที่สุดในประเทศจีนเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2026
กลับมาที่สาระในการสัมภาษณ์พิเศษในมุมมองและการประเมินการพัฒนาเอไอ และชิปจีนของเจ้าพ่อใหญ่เทคแดนพญาอินทรี มัสก์ ชมเปาะว่า การพัฒนา AI และ หุ่นยนต์ของจีนนั้น กำลังก้าวหน้าไปไกลมากโดยมีมุมมองต่ออุตสาหกรรม AI ของจีน ในสองประเด็นสำคัญ
“โดยรวมแล้ว โมเดล AI ของจีนมีความโดดเด่นมาก และประสิทธิภาพการทำงานต่อหนึ่งหน่วยของกำลังประมวลผล เกือบจะถึงมาตรฐานสูงสุดของโลกแล้ว”

“จีนจะสามารถแก้ปัญหาด้านกำลังประมวลผลได้เร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยประเมินคร่าว ๆ ว่า ภายใน 2-3 ปี จีนจะสามารถถมช่องว่างด้านกำลังประมวลผลได้ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิตชิปและกระบวนการลิโธกราฟี (photolithography)”

การประเมินของมัสก์ไม่ได้มาจากการพิจารณาแบบแยกส่วน แต่เป็นการอธิบายที่ชี้ถึงห่วงโซ่ทั้งหมดที่เป็นเหตุเป็นผลเชื่อมโยงกัน


มัสก์ชี้ว่าการที่สหรัฐฯ ห้ามส่งออกชิป AI ขั้นสูงให้จีนนั้นได้สร้างอุปสรรคหรือข้อจำกัดด้านชิปให้กับจีนในระดับหนึ่ง แต่บริษัทจีนได้ใช้ชิปที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้จีนสร้าง“ประสิทธิภาพต่อหน่วยกำลังประมวลผล” ได้ในระดับที่โดดเด่น
มัสก์ยังประเมินว่า การพัฒนาเทคโนโลยีลิโธกราฟีของจีนอาจใกล้บรรลุถึงความก้าวหน้าคืบใหญ่อย่างที่วงการคาดคิดไม่ถึงเลยทีเดียว เมื่อจีนทำสำเร็จ ก็จะสามารถผลิตชิป AI ออกมาในจำนวนมาก และขจัดช่องว่างด้านกำลังประมวลผลได้ภายใน 2-3 ปี

นอกจากความก้าวหน้าในด้านของกำลังประมวลผลแล้ว มัสก์ยังคาดการณ์ถึงอัตราเร็วในการพัฒนา AI จีน โดยความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมของ AI อาจไปถึง “ระดับเหนืออัจฉริยะ” (Stockfish-level) อย่างเร็วที่สุดภายในปีหน้า (Stockfish เป็นโปรแกรมหมากรุกโอเพนซอร์สที่มีความสามารถสูงกว่ามนุษย์ที่พิชิตแชมป์โลกในปัจจุบัน) หากเป็นไปตามคาดการณ์นี้ มนุษย์อาจไม่สามารถแข่งขันกับ AI ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ มัสก์ยังเคยระบุว่า ภายในสิ้นปี 2027 AI อาจสามารถทำงานทั้งหมดในโลกดิจิทัลได้ด้วยตัวเอง

ในด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มัสก์คาดว่า ภายใน 10 ปีทั่วโลกอาจมีอย่างน้อย 1,000 ล้านตัว อีก 15 ปีต่อไปอาจเพิ่มเป็น 10,000 ล้านตัว และในอีก 20 ปี อาจเพิ่มถึง 100,000 ล้านตัว นอกจากนี้ยังเชื่อว่าในอนาคตจะมี “บริษัทที่มีคนเพียงคนเดียว”หลายบริษัท โดยที่คนเพียงคนเดียวสามารถควบคุมหุ่นยนต์และเอเจนต์ AI ดิจิทัล จำนวนมากได้


ความก้าวหน้าด้านกำลังประมวลผลและชิปของจีน

การประเมินของมัสก์เกี่ยวกับกำลังประมวลผลและชิปของจีนนั้นพิจารณาจากพื้นฐานที่ว่าในช่วงสองปีมานี้ จีนบรรลุความก้าวหน้าในด้านนี้ถี่ๆในระดับที่ว่าภายในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่เดือนก็มีรายงานข่าวเหตุการณ์ระดับไอคอนิกให้วงการฮือฮา

หนึ่ง. โมเดล AI และการใช้กำลังประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ต้นปี 2025 DeepSeek สร้างความสั่นสะเทือนในวงการ AI ทั่วโลกด้วยโมเดล R1 ขณะที่โมเดล V3 ใช้ GPU H800 รวมเพียง 2.788 ล้าน GPU ชั่วโมง ในการฝึกโมเดล โดยมีค่าใช้จ่ายโดยตรงประมาณ 5.576 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต่อมา V3.2 ใช้เทคนิค Sparse Attention ช่วยลดปริมาณการคำนวณสำหรับบริบทขนาดยาวลงประมาณ 40-60%

และในปีนี้ เดือน ก.ค. (2026) Moonshot AI เปิดตัว Kimi K3 ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นโมเดลโอเพนซอร์สระดับ 3 ล้านล้านพารามิเตอร์ รุ่นแรกของโลก โดยระบุว่า เมื่อเทียบกับโมเดลที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน ต้นทุนการฝึกและการใช้พลังงานประมวลผลลดลงครึ่งหนึ่ง และสามารถใช้ข้อมูล 20 ล้านล้านโทเคนให้ได้ผลลัพธ์เทียบเท่าการใช้ข้อมูล 40 ล้านล้านโทเคน

ส่วน GLM-5 ของ Zhipu AI ซึ่งมีพารามิเตอร์ 744,000 ล้านตัว ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของโลก และเป็นโมเดลโอเพนซอร์สอันดับ 1 ในการจัดอันดับของ Artificial Analysis

และมีรายงานอีกว่า ในการพัฒนาเวอร์ชันต่อมา...การฝึกฝนทั้งหมดทำบนชิป Huawei Ascend 910B โดยที่ไม่ได้ใช้ชิปของ Nvidia แม้แต่ตัวเดียว


สอง. จีนเร่งพัฒนาชิป AI ของตัวเอง

ด้านชิป Huawei Ascend พัฒนาจากรุ่น 910B มาถึงรุ่น 950PR ซึ่งกำลังเข้าสู่การผลิตในระดับจำนวนมาก

Mizuho Securities คาดการณ์ว่า ในปี 2025 ชิป Ascend 910 จะมียอดจัดส่งสินค้ามากกว่า 700,000 ตัว ขณะที่เป้าหมายการจัดส่ง Ascend 950PR ในปี 2026 ถูกปรับเพิ่มเป็น 1.5-2 ล้านตัว

ในขณะเดียวกัน Huawei ยังพัฒนา CloudMatrix 384 Supernode ซึ่งเชื่อมต่อ NPU จำนวน 384 ตัวเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตู้เซิร์ฟเวอร์หนึ่งตู้สามารถให้กำลังประมวลผลประมาณ 300 PFLOPS

ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นการใช้สถาปัตยกรรมระบบเพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของชิปแต่ละตัว

ขณะเดียวกัน บริษัทชิป AI จีน เช่น Cambricon และ Moore Threads ต่างทยอยเข้าจดทะเบียนในตลาด STAR Market หรืออยู่ในขั้นตอนที่จะทำ IPO ซึ่งสะท้อนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมชิป AI ภายในประเทศ


ส่วนแบ่งตลาดในจีน ของ Nvidia ลดลง ขณะที่ชิปจีนเพิ่มขึ้น

ข้อมูลของ IDC ระบุว่า ส่วนแบ่งของ Nvidia ในตลาด AI Accelerator ของจีน ลดลงจากประมาณ 95% ในปี 2023 เหลือประมาณ 55% ในปี 2025

ขณะที่ชิปที่ผลิตในจีน มียอดจัดส่งสินค้าประมาณ 1.65 ล้านชิป คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 41% โดย Huawei เป็นผู้นำในด้านของยอดจัดส่งชิปมากสุด ประมาณ 812,000 ชิป

TrendForce คาดว่า ในปี 2025 ชิปที่ผลิตในประเทศจะมีสัดส่วนประมาณ 40% ของอุปทานชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ของจีน

ด้าน Morgan Stanley คาดการณ์ว่า อัตราพึ่งพาตนเอง (SSR)ด้าน GPU AI ของจีน จะเพิ่มจากประมาณ 34% ในปี 2024 เป็นประมาณ 82% ในปี 2027

นิทรรศการจัดแสดงความสามารถแอปพลิเคชันควบคุมหุ่นยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (The 1st Intelligent Robot Application Skills Exhibition) หังโจว เจ้อเจียง จัดระหว่างเดือน ก.ค. -ก.ย. 2026
จีนเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและลิโธกราฟี

จีนก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในด้านของการผลิตชิปและเทคโนโลยีลิโธกราฟี

ข้อมูลจาก SEMI ระบุว่า ในปี 2024 โรงงานผลิตเวเฟอร์ในจีนแผ่นดินใหญ่มีการลงทุนด้านอุปกรณ์รวม 49,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และทำสถิติด้านมูลค่าสูงที่สุดในโลก

ด้าน SMIC แม้ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องลิโธกราฟี EUV ก็สามารถผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตรในเชิงปริมาณโดยใช้กระบวนการ Multi-patterning ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมเช่นกัน

ขณะที่ Shanghai Micro Electronics Equipment (SMEE) กำลังพัฒนาเครื่องลิโธกราฟีแบบ Immersion ระดับ 28 นาโนเมตร (28nm immersion DUV lithography machine) เข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบและตรวจสอบ

ส่วนเครื่องลิโธกราฟี ArF ที่ผลิตในประเทศจีนได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชี “อุปกรณ์เทคโนโลยีสำคัญรุ่นแรก (First Set)” ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน โดยมีความละเอียดระดับ 65 นาโนเมตร

ศูนย์ประมวลผลข้อมูลของห้องปฏิบัติการหลักแห่งชาติว่าด้วยข้อมูลขนาดใหญ่สาธารณะ (Public Big Data) มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว (แฟ้มภาพ ซินหัว)
“East Data, West Computing” วางโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI

ในด้านของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังการประมวลผล จีนได้ดำเนินโครงการระดับชาติที่มีชื่อว่า “ตะวันออกสร้างข้อมูล -ตะวันตกประมวลผล” (东数西算/ East Data, West Computing ชื่อย่อ EDWC) คือ การส่งความต้องการประมวลข้อมูลจากภาคตะวันออกซึ่งเป็นเขตที่เจริญกว่าไปจัดเก็บและประมวลผลในภาคตะวันตกที่อุดมด้วยทรัพยากร โดยมีการจัดตั้งศูนย์กลางการประมวลผลขนาดใหญ่ 8 แห่ง และคลัสเตอร์ดาต้าเซนเตอร์ 10 แห่ง ปัจจุบันจีนมีกำลังประมวลผลรวมอยู่ในอันดับ 2 ของโลก

ในปี 2025 จีนมีการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศประมาณ 10,573 เทราวัตต์-ชั่วโมง มากกว่าสหรัฐฯ กว่า 2 เท่า ซึ่งถือเป็นฐานด้านพลังงาน ซึ่ง มัสก์ มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขยายพลังการประมวลผล

มัสก์ยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับจีน... เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างให้สัมภาษณ์กับ The Economist มัสก์เสนอแนวคิด “ความสามารถของ AI = ชิป × พลังงานไฟฟ้า” โดยชี้ว่า คอขวดของอุตสาหกรรม AI ของภูมิภาคในโลกยกเว้นจีน อยู่ที่พลังงานไฟฟ้าและระบบทำความเย็น ขณะที่คอขวดของจีน อยู่ที่ ชิป

มัสก์ระบุว่า ปริมาณการผลิตไฟฟ้าของจีนนั้นสูงยิ่งกว่าสหรัฐฯ ยุโรป และอินเดียรวมกัน ดังนั้นหากข้อจำกัดด้านชิปของจีนได้รับการแก้ไข จีนก็อาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน AI

มัสก์ย้ำว่า เขาได้ศึกษารุ่น Kimi K3 ของ Moonshot AI อย่างจริงจัง และทึ่งในการพัฒนาที่มาไกลขนาดนี้

ก่อนหน้านั้น ในเดือน ม.ค. ปีนี้ มัสก์กล่าวในรายการพอดแคสต์ “Moonshots with Peter Diamandis” ว่า จีนจะมีความสามารถด้านกำลังประมวลผล AI เหนือกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลกเนื่องจากจีนมีซับพลายพลังงานไฟฟ้ามหาศาลที่เป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาฯนี้ ภายในปี 2026 การผลิตไฟฟ้าของจีนอาจสูงถึง 3 เท่าของสหรัฐฯ

ข้อมูลจาก Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงานอิสระ ระบุว่า ในปี 2025 จีนมีความสามารถสูงในการผลิตไฟฟ้า ประมาณ 10,573 เทราวัตต์-ชั่วโมง มากกว่าสองเท่าของที่สหรัฐฯ (ที่มีประมาณ 4,536 เทราวัตต์-ชั่วโมง) และยังสูงกว่าพลังงานไฟฟ้าของสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอินเดีย รวมกันด้วยซ้ำ.