ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 (วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569) ตลาดขนมไหว้พระจันทร์ทั่วประเทศจีนต้องเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างหนัก โดยประเด็น "ขนมไหว้พระจันทร์ขายไม่ออก" ได้ขึ้นอันดับ 1 ในเทรนด์คำค้นหายอดนิยมเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และสร้างการถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
ยอดขายขนมไหว้พระจันทร์และกล่องของขวัญจากร้านค้าหลักซบเซาอย่างหนัก โดยปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สอง เช่นเดียวกับมูลค่าตลาดรวมและปริมาณการผลิตที่เผชิญการเติบโตติดลบเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยกล่องของขวัญระดับพรีเมียมได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อกล่องของขวัญแบบเรียบง่าย รวมถึงขนมไหว้พระจันทร์แบบชั่งน้ำหนักและบรรจุชิ้นเดี่ยว ซึ่งกลายเป็นกลุ่มที่ครองสัดส่วนยอดขายหลักในตลาดปัจจุบัน
นอกจากนี้ ช่องทางการซื้อขายกลุ่มองค์กร (Group Buying) ซึ่งเคยเป็นกำลังหลักของตลาดและคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ได้ลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 30 โดยยอดสั่งซื้อจากภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์ลดลงร้อยละ 35 ถึง 40
ผลการสำรวจล่าสุดพบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 50.4 ระบุว่าซื้อเพื่อ "รับประทานเอง" ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนการซื้อเพื่อ "มอบเป็นของขวัญ" ที่อยู่ที่ร้อยละ 42.5 เป็นครั้งแรก ขณะที่ร้อยละ 55.9 ซื้อเพื่อแบ่งปันกับคนในครอบครัว สะท้อนให้เห็นว่าขนมไหว้พระจันทร์ได้เปลี่ยนบทบาทจาก "สิ่งของเข้าสังคม" กลับคืนสู่การเป็น "อาหาร" อย่างแท้จริง
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือการคุมเข้มของภาครัฐ จากมาตรฐานใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ซึ่งกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องมีขนาดไม่เกิน 3 ชั้น และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาจำหน่าย เพื่อป้องกันไม่ให้แบรนด์ต่างๆ เพิ่มราคาเกินจริงจากบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรา
ที่มา: Jiangnan City Daily


