มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า ยอดการส่งออกแม่เหล็กซึ่งทำจากแร่หายากจากจีนไปยังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในเดือนที่แล้ว ก่อนหน้าการประชุมระหว่างผู้นำชาติทั้งสอง โดยคาดกันว่า ฝ่ายสหรัฐฯ อาจหยิบยกเรื่องนี้มาพูดระหว่างการหารือในประเด็นกระแสการไหลเวียนของแร่หายาก ซึ่งจะทำให้ฝ่ายจีนได้โอกาสเจรจาต่อรอง
ยอดการส่งออกแม่เหล็กไปยังสหรัฐฯ ในเดือนส.ค. ลดลง 21% จากเดือนก.ค. มาอยู่ที่ระดับ 512 ตัน ตามข้อมูลของศุลกากรจีนเมื่อวันอาทิตย์ ( 20 ก.ย. )
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดจะพบหารือกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน เพื่อหารือในรายละเอียดว่า ชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทั้งสองจะบริหารจัดการความร่วมมือในด้านต่างๆ ตั้งแต่เรื่องการค้าไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์กันอย่างไร
แหล่งข่าวระบุว่า ในการประชุมกันครั้งนี้ จีนหวังจะต่อรองกับสหรัฐฯ ด้วยการเสนอที่จะออกใบอนุญาตการส่งออกแร่หายากให้สหรัฐฯเพิ่มเติม เพื่อแลกเปลี่ยนกับบางสิ่งบางอย่าง แต่แหล่งข่าวมิได้เปิดเผยว่า จีนต้องการสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยน
เนื่องจากจีนผูกขาดห่วงโซ่อุปทานแร่หายากของโลก แม่เหล็กจากแร่หายาก รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ที่ทำขึ้นจากแร่หายาก จึงกลายเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญที่สุดของรัฐบาลจีนในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมา โดยแม่เหล็กจากแร่หายากเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตรถยนต์ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคและอาวุธ
คริส เคนเนดี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของ บลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ระบุในรายงานว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์กับจีนให้ราบรื่น เพื่อให้การจัดหาวัตถุดิบสำคัญเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้ เขาติติงรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยว่า เมื่อความสัมพันธ์กับจีนคลี่คลายดีขึ้น จนสหรัฐฯ สามารถซื้อวัตถุดิบจากจีนได้ในราคาที่ถูกลง สหรัฐฯก็เริ่มนิ่งนอนใจ ไม่รีบเร่งลดการพึ่งพาจีน
จีนได้กำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกแม่เหล็กจากแร่หายากในเดือนเมษายน 2568 อย่างไรก็ตาม ต่อมาจีนได้มีการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว แต่ถึงกระนั้นภาคอุตสาหกรรมก็กำลังเฝ้ารอผลการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสองว่า จะมีการขยายเวลาข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งจะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้หรือไม่ เนื่องจากจีนได้ให้คำมั่นในข้อตกลงดังกล่าวว่าจะมีความผ่อนปรนมากขึ้นในการออกใบอนุญาตส่งออก เพื่อให้แร่ธาตุสำคัญเหล่านี้มีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : บลูมเบิร์ก


