xs
xsm
sm
md
lg

การประชุมสุดยอดทรัมป์-สี จิ้นผิงที่สหรัฐฯ จีนคือผู้คุมเกม !

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินเคียงข้างกันขณะเยี่ยมชมหอฟ้าเทียนถาน ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 – ภาพ : รอยเตอร์
ด้วยอำนาจด้านการค้าจากการส่งออกที่ขยายตัวแข็งแกร่งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาทำให้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงถือไพ่เหนือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งคะแนนนิยมตกฮวบจากพิษสงครามอิหร่าน ในการเจรจาทวิภาคีที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 กันยายนนี้
 
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ในการเจรจา สี จิ้นผิงจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนยินยอมตามข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมาไม่สามารถใช้มาตรการภาษีกดดันจีนแต่ฝ่ายเดียวได้สำเร็จ อีกทั้งขณะนี้ก็กำลังกระเป๋าฉีก เพราะทุ่มเงินหวังพิชิตอิหร่าน


ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวไม่คาดหวังกับการประชุมครั้งนี้เท่าใดนักว่า จะมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ


การขยายเวลาข้อตกลงพักรบทางการค้า ซึ่งทำกันไว้เมื่อปีที่แล้ว เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง
จอน ซิน ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของสถาบันบรูกกิงส์ และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายกิจการจีนประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ มองว่า สี จิ้นผิงไม่ต้องการได้ผลการเจรจาอะไรที่เป็นรูปธรรม แค่อยากยืดเวลาข้อตกลงฉันสุภาพบุรุษกับทรัมป์เพื่อให้ได้จีนมีเวลาเสริมสร้างความแข็งแกร่งก็เท่านั้น


มาตรการภาษีของทรัมป์สกัดจีนไม่ได้อย่างที่ทรัมป์เคยให้สัญญา คราวกลับรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาขาดดุลการค้ากับจีน โดยสินค้ามากกว่าครึ่งหนึ่งจากหมวดหมู่สินค้าประมาณ 6,500 รายการที่จีนส่งมาขายสหรัฐฯ ในปีนี้ กลับมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว


สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน จากสถาบันคลังสมอง CSIS ในกรุงวอชิงตันระบุว่า ตอนนี้โลกทั้งใบกลายเป็นโลกของสี จิ้นผิง ไปแล้ว และเราทุกคนต่างกำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้


สำหรับประเด็นไต้หวัน ซึ่งจีนถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนนั้น เจ้าหน้าที่ของไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐฯ วิตกว่า ทรัมป์อาจนำข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวัน มาแลกกับการให้จีนสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง สินค้าเกษตร หรือการควบคุมสารตั้งต้นในการผลิตเฟนทานิลไม่ให้เข้ามาในสหรัฐฯ เพื่อเรียกคะแนนเสียงของพรรครีพับลิกันกลับคืนมา ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

 
"ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กลายเป็นความสัมพันธ์แบบผลประโยชน์ต่างตอบแทนกันมากขึ้น" อู๋ ซินปัว อาจารย์มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้และที่ปรึกษาของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุ


ส่วนประเด็นสงครามสหรัฐฯกับอิหร่านนั้น ทรัมป์เหมือนหมูในอวยของสี จิ้นผิง เพราะสหรัฐฯ เห็นว่าเขาเป็นบุคคลเดียวที่สามารถกดดันให้อิหร่านยอมยุติสงคราม ด้วยเหตุนี้เอง แม้จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน แต่ก็ยังไม่ถูกสหรัฐฯเล่นงานด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมอย่างที่เคยขู่ไว้เมื่อเดือนก่อน


รูบี ออสแมน นักวิจัยอาวุโสด้านภูมิรัฐศาสตร์ของสถาบันโทนี แบลร์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ( TBI ) มองว่า สี จิ้นผิงและทรัมป์ต่างคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างชาติทั้งสองให้มีเสถียรภาพ

 
ผลประโยชน์สำหรับทรัมป์คือการยุติสงครามอิหร่าน และสำหรับสี จิ้นผิงก็คือการเสริมสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศของจีนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากยุคของทรัมป์


ทั้งนี้ ซัมมิตที่กรุงวอชิงตันเป็นการพูดคุยกันต่อ หลังจากทรัมป์เป็นฝ่ายไปเยือนกรุงปักกิ่งก่อนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 
คณะผู้แทนนักธุรกิจชั้นนำของจีนจะร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งอาจรวมถึงบริษัทที่ต้องการขยายการเข้าตลาดสหรัฐฯ แต่กำลังถูกสหรัฐฯตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างเข้มข้น


ภาคการส่งออกที่พุ่งกระฉูดทำให้ยอดเกินดุลการค้าของจีนในทั่วโลกใกล้ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำสถิติติดต่อกันเป็นปีที่สอง

ข้อมูล : รอยเตอร์