นักวิจัยแห่งสถาบันโบราณคดีประจำมณฑลส่านซี แถลงเมื่อวันศุกร์(18 ก.ย.) เผยสุสานราชนิกูลราชวงศ์ฉินที่ขุดพบใกล้สนามบินนานาชาติในเสียนหยัง เมืองซีอัน เป็นสุสานของหวาหยังฟูเหริน (华阳夫人) ผู้เป็นเสด็จย่าบุญธรรม ของ จิ๋นซีฮ่องเต้
“หวาหยังฟูเหริน” เป็นผู้ที่มีบทบาททางการเมืองสูงในปลายยุครณรัฐ หรือยุคสงครามของจีน เมื่อ 2,200 กว่าปีที่แล้ว และเป็นผู้พลิกเปลี่ยนชะตาปูทางให้พระบิดาของอิ๋ง เจิ้ง (หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้) ขึ้นครองบัลลังก์กษัตริย์แคว้นฉิน
“หวาหยัง” เป็นเจ้าหญิงจากราชนิกูลแคว้นฉู่ ถูกส่งตัวมาอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอิ๋งจู้แห่งอันกั๋ว (หรืออันกั๋วกง) ซึ่งเป็นโอรสและรัชทายาทของกษัตริย์เจาเซียง (秦昭襄王)ผู้ปกครองแคว้นฉิน ด้วยรูปโฉมงดงามและเฉลียวฉลาดอันกั๋วกงจึงแต่งตั้งนางเป็นพระชายาเอก แต่นางไม่มีโอรส ขณะที่อันกั๋วกงมีบุตรชายกว่า 20 คนที่เกิดจากนางสนมอื่นๆ
ต่อมา พ่อค้าจากแคว้นเว่ย คือ หลี่ปู้เหวย (吕不韦) มาพบหวาหยัง และแนะนำวิธีรักษาสภานภาพและอำนาจของนางโดยการรับโอรสบุญธรรม ผู้ที่หลี่ปู้เหวยแนะนำฯคือ อิ๋ง อี้เหริน (嬴异人) ที่เขาเคยพบและมองเขาเป็น “สินค้าหายากที่น่าลงทุน” (奇货可居)
อิ๋ง อี้เหริน เป็นโอรสของอันกั๋วกงที่เกิดจากสนมที่ไม่เป็นที่โปรดปราน แม่-ลูกจึงถูกส่งไปเป็นตัวประกันที่แคว้นเจ้าซึ่งพวกเขามีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายโดยต้องเสี่ยงภัยอันตรายการเมืองตลอดเวลา หวาหยังตกลงรับอี้เหรินมาเป็นบุตรบุญธรรมและเปลี่ยนชื่อเป็นจื่อฉู่ (子楚) อันหมายถึง “บุตรแห่งแคว้นฉู่” จากนั้น หวาหยังโน้มน้าวให้อันกั๋วกงตั้งจือฉู่เป็นทายาทโดยชอบธรรมจนสำเร็จ
หลังจากที่กษัตริย์เจาเซียงสิ้นพระชมน์ อันกั๋วกงก็ได้สืบทอดบัลลังก์แทนเป็นกษัตริย์เซี่ยวเหวิน(秦孝文王)พร้อมกับแต่งตั้งหวาหยังเป็นฮองเฮา หรือพระมเหสี และจือฉู่เป็นรัชทายาท กษัตริย์เซี่ยวเหวินขึ้นครองราชย์แค่สามวันก็สิ้นพระชมน์ อี้เหรินจึงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์จวงเซียง (秦庄襄王)หวาหยังจึงถูกเลื่อนขึ้นไปเป็นไทเฮา เมื่อกษัตริย์จวงเซียงสิ้นพระชมน์ ผู้ที่สืบทอดอำนาจแทนก็คือโอรสของพระองค์ที่ถือกำเนิดในแคว้นเจ้าคือ อิ๋ง เจิ้ง (赢政) ซึ่งต่อมาได้ทำสงครามปราบหกแคว้นจ้าวใหญ่จนพิชิตชัยชนะ และรวมแผ่นดินจีน สถาปนาตนเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีน คือ ฉินสื่อหวงตี้ หรือจิ๋นซีฮ่องเต้
สุสานราชวงศ์ฉินซึ่งตั้งอยู่บริเวณซั่งเส้าเหย้า ที่เชื่อว่าเป็นสุสานของของหวาหยังฟูเหริน ถูกขุดพบในระหว่างการก่อสร้างรันเวย์ในโครงการขยายสนามบินนานาชาติเสียนหยัง เมืองซีอัน มณฑลส่านซี แม้ว่าสุสานที่นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นสุสานของหวาหยังฟูเหริน ถูกปล้นนำโบราณวัตถุออกไปมากมาย แต่ก็ยังหลงเหลือสิ่งของมีค่าอีกมากกว่า 250 ชิ้น ทั้งภาชนะดินเผา เครื่องหยก เครื่องบรอนซ์ เครื่องเหล็ก อัญมณีหินโมรา และเครื่องแก้ว ฯลฯ
ระหว่างการแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักโบราณคดีกล่าวว่าเนื่องจากสุสานถูกปล้นและขนสิ่งของออกไปมากมาย จึงไม่เหลือสิ่งของที่จะยืนยันตัวตนเจ้าของสุสาน อย่างไรก็ตามจากบันทึกประวัติศาสตร์และระบบโครงสร้างการฝังศพช่วงสมัยแคว้นฉินระหว่างยุครณรัฐ นักโบราณคดีสามารถระบุเจ้าของหลุมฝังศพมีสถานภาพถึงอัครมเหสี หรือจักรพรรดินี ทฤษฎีนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี ซึ่งระบุอายุของกระดูกที่พบในหลุมฝังศพ 398-208 ปีก่อนค.ศ. หรือ ประมาณ 2,250 ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ นักโบราณคดีได้เริ่มการสำรวจบริเวณสุสานโบราณแห่งนี้ในปี 2018 จากนั้นมีการศึกษาพิสูจน์โบราณวัตถุต่างๆที่พบในสุสาน จนล่าสุดได้สรุปความเชื่อว่าน่าจะเป็นสุสานของหวาหยังฟูเหริน ซึ่งสิ้นพระชมน์ในช่วง 230 ปีก่อน ค.ศ.
แฟ้มภาพ ส่วนหนึ่งของโบราณวัตถุที่พบใน “สุสานหวาหยังฟูเหริน” ซึ่งมีทั้งเครื่องหยก เครื่องบรนอนซ์ อัญมณี


