xs
xsm
sm
md
lg

ทนายจีนผุดบริการที่ปรึกษา รับมือปราบโกงยุค "สี จิ้นผิง" กวาดล้างหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินหน้าปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น ส่งผลให้บรรดานักธุรกิจ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงครอบครัวของผู้ต้องสงสัย หันไปพึ่งพาและขอคำปรึกษาจากทนายความคดีอาญากันมากขึ้น เนื่องจากความกังวลและตื่นตระหนกต่อกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวด

จาง ตงตง (Zhang Dongdong) หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมายเป่ยจิง ฮั่นเฮิง (Beijing Han Heng Law Firm) ในกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อขอคำปรึกษาทางกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคำถามที่ว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อตกเป็นเป้าการตรวจสอบ ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยบางรายได้รับแจ้งว่าจะถูกสอบสวน บางรายถูกเรียกไปให้การ และในหลายกรณีผู้ต้องสงสัยได้ถูกควบคุมตัวไปแล้ว ส่งผลให้ทนายความเริ่มเปิดบริการที่ปรึกษา "การจัดการวิกฤตคอร์รัปชันและการยักยอกทรัพย์" เพื่อช่วยแนะนำกลยุทธ์ทางกฎหมายในการป้องกันตนเอง การคุ้มครองสินทรัพย์ และการลดโทษ

บรรยากาศความกังวลนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลประชาชนสูงสุดและสำนักงานอัยการสูงสุดของจีนได้ปรับเกณฑ์การลงโทษ คดีทุจริตให้ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลจากการวิเคราะห์ยังระบุว่า ในปี 2566 มีผู้ได้รับบทลงโทษจากการทุจริตสูงถึง 983,000 คน และจำนวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ถูกลงโทษเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2556

ด้าน จาง ชิ่งฟาง (Zhang Qingfang) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ชี้ว่าช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการรับคำปรึกษาคือช่วงก่อนถูกควบคุมตัวโดยองค์กรตรวจสอบ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวแล้ว ซึ่งอาจยาวนานตั้งแต่ 3 ถึง 6 เดือน หรือสูงสุด 14 เดือน ขอบเขตการทำงานของทนายจะถูกจำกัดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทนายความยังคงมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำแก่ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยเพื่อรับมือกับคำขอที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแยกแยะการกระทำที่เป็นความผิดออกจากพฤติกรรมทั่วไป

ขณะที่ จาง จื้อหย่ง (Zhang Zhiyong) ทนายความจากสำนักงานกฎหมายฉงชิ่ง จื้อหาว (Chongqing Zhihao Law Firm) ระบุเพิ่มเติมว่า การบันทึกหลักฐานการตรวจค้น การตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่ถูกยึด และการหาข้อเท็จจริงเพื่อใช้ลดหย่อนโทษ เช่น การมอบตัว การคืนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด หรือการเปลี่ยนข้อหาให้เบาลง ล้วนเป็นแนวทางสำคัญในการต่อสู้คดีภายใต้ข้อบังคับอันเข้มงวดของรัฐบาลจีน

ที่มา: South China Morning Post