กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจบนโลกโซเชียล! หลังปู่ย่าคู่หนึ่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับหลานสาวแท้ๆ ของตัวเอง หลังพบว่าหลานแอบขโมยเงิน 20,000 หยวน (ประมาณ 100,000 บาท) และกำไลทองออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยหวังให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนและช่วยดัดนิสัยพฤติกรรมชอบลักขโมย
ตามรายงาน “เฉิน” ผู้เป็นหลานสาว อาศัยจังหวะที่ปู่กำลังนอนหลับพักผ่อน ขโมยเงินสดพร้อมกำไลทองคำ ก่อนนำกำไลทองไปขายได้เงินมาอีก 27,000 หยวน (ประมาณ 125,000 บาท) จากนั้นนำเงินทั้งหมดไปใช้จนหมดอย่างรวดเร็ว
ระหว่างการพิจารณาคดี เธอยังคงยืนยันว่าเธอไม่ผิดและควรได้รับการยกฟ้อง เพราะเงินและทองที่นำไปนั้นเป็นทรัพย์สินของปู่ย่า พร้อมเชื่อว่าทั้งสองจะให้อภัยและไม่เอาเรื่อง
“ฉันเอาเงินของปู่ย่าไป พวกท่านจะให้อภัยและจะไม่เอาผิดฉัน นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเรา” เฉินกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปู่ย่าปฏิเสธที่จะให้อภัยหลานสาว ยืนกรานเดินหน้าดำเนินคดีต่อ พร้อมเปิดเผยว่าที่ผ่านมาพวกเขาตามใจหลานสาวคนนี้มากเกินไป จนทำให้เธอกลายเป็นคนเกียจคร้าน และมักหวังจะได้ทุกอย่างมาโดยไม่ต้องลงมือทำอะไร อีกทั้งยังก่อเหตุขโมยทรัพย์สินภายในบ้านมาแล้วหลายครั้ง และมูลค่าทรัพย์สินที่ขโมยก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ท้ายที่สุด เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ศาลมีคำพิพากษาจำคุกเฉินเป็นเวลา 6 เดือน ในข้อหาลักทรัพย์ พร้อมปรับเงินอีก 2,000 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท)
การตัดสินใจของปู่ย่าครั้งนี้จุดกระแสถกเถียงบนโลกออนไลน์ โดยแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับปู่ย่าและมองว่าพวกเขาทำถูกแล้ว เพราะหลานสาวจะได้ไม่ถลำลึก หรือเสียคนไปมากกว่านี้ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของหลานสาวในระยะยาว
ทั้งนี้ ตามกฎหมายอาญาจีน ผู้ที่ลักทรัพย์สินสาธารณะ หรือทรัพย์สินส่วนบุคคล หรือกระทำการลักทรัพย์ซ้ำหลายครั้ง อาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี อย่างไรก็ตาม การลักทรัพย์จากสมาชิกในครอบครัว หรือญาติสนิท โดยทั่วไปอาจไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาหากผู้เสียหายให้อภัย และหากมีการดำเนินคดีทางอาญา ผู้กระทำผิดก็อาจได้รับการพิจารณาลดหย่อนโทษ
ที่มา : Chinese grandparents let court jail granddaughter for stealing US$3,000 to teach her a lesson (SCMP)


