นาย ต่ง เจี้ยนหัว หรือ ต้ง ชีหวา ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน ด้วยวัย 89 ปี ท่ามกลางบุคคลอันเป็นที่รัก ตามแถลงการณ์ของสำนักงานนายต่งเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธ โดยเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานว่า เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลฮ่องกง ซานาโทเรียม แอนด์ ฮอสพิทอล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำระดับสากล
นายต่งเป็นผู้บริหารสูงสุดคนแรกของฮ่องกงในช่วงการส่งมอบเกาะฮ่องกงจากอังกฤษคืนสู่การปกครองของจีนเมื่อปีพ.ศ 2540 ( ค.ศ. 1997 ) โดยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย แต่ได้ลาออกในปี 2548 ด้วยปัญหาสุขภาพ
นายต่งเป็นผู้นำฮ่องกงในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียในปี 2540 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทรุดตัวลง อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้น และเกิดการโจมตีค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อเก็งกำไร แต่เขาก็สามารถนำฮ่องกงผ่านพ้นมาได้ แต่ต่อมาสถานะทางการเมืองของนายตงสั่นคลอนอย่างหนักจากการระบาดของโรคซาร์ส (SARS) ในปี 2546 และจากการพยายามผลักดันกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติภายใต้มาตรา 23 ซึ่งถูกระงับไปหลังจากชาวฮ่องกงกว่าครึ่งล้านคนออกมารวมตัวประท้วงตามท้องถนนในวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากความกังวลเรื่องสิทธิเสรีภาพของพลเมือง การประท้วงครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการชุมนุมประท้วงใหญ่ประจำปี แต่ต้องสิ้นสุดลงหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 และรัฐบาลปักกิ่งมีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในที่สุด
หลังจากลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ต่อมานายต่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลจีนให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาทางการเมืองระดับสูงสุดของจีน
นายต่งปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อ 5 ปีก่อนคือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ในโอกาสมาร่วมงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยสำนักงานของเขาได้ยืนยันในเดือนตุลาคมปีเดียวกันว่า นายต่งเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการป่วย ซึ่งไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียด และกำลังพักฟื้นร่างกายอยู่ที่บ้าน
นาย จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงคนปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นสีดำเพื่อร่วมไว้อาลัย โดยยกย่องนายต่งว่า ได้สร้างคุณูปการในการส่งมอบฮ่องกงคืนสู่มาตุภูมิให้เป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงการนำหลักการ 'หนึ่งประเทศ สองระบบ' และกฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) มาปฏิบัติใช้ ซึ่งควรถือเป็นแบบอย่าง ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล นายต่งได้วางกลไกเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ารวมถึงการพัฒนาที่สอดประสานกันระหว่างฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของฮ่องกง
สำนักข่าวซินหัวสื่อรัฐบาลจีนรายงานว่า นายต่งเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.57 น. ของวันอังคาร โดยระบุว่า นายต่งว่า เป็นมิตรสหายคนสนิทของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเป็นผู้รักชาติที่ได้รับการยอมรับ
ด้านนายหลี่ กา-ชิง มหาเศรษฐีนักธุรกิจของฮ่องกง และนาย วิกเตอร์ บุตรชาย พร้อมด้วยบริษัทในเครือ CK Asset Holdings และคณะกรรมการบริษัท ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจไปยังนาง เบ็ตตี้ ต่ง และครอบครัว พร้อมกับยกย่องนายต่ง ที่ได้แบกรับภาระหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดคนแรกของฮ่องกง
ในฐานะนักเรียนนอก ซึ่งได้ไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรและทำงานในสหรัฐอเมริกา นายต่งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องกงกับประชาคมโลก และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยได้สร้างสายสัมพันธ์อันสำคัญกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯหลายคนซึ่งช่วยเปิดทางให้เขาสามารถเข้าถึงแวดวงการเมืองระดับสูงในกรุงวอชิงตัน และส่งผลให้เขากลายเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างปักกิ่งกับสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ครอบครัวของนายต่งยังมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับตระกูลบุช โดยในสมุดบันทึกประจำวันเกี่ยวกับประเทศจีน (China Diary) ของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้กล่าวถึงมื้อกลางวันอันน่าประทับใจในปี 2518 ระหว่างประธานาธิบดีบุชผู้พ่อ (ซึ่งในขณะนั้นทำหน้าที่เสมือนทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงปักกิ่ง) กับ นายต่ง เจ้า-หยง เจ้าพ่อธุรกิจขนส่งทางเรือ บิดาของนายต่ง
บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงการพบปะกับนายต่งระหว่างการเยือนฮ่องกงเมื่อปี 2541 ไว้ในหนังสือบันทึกความทรงจำ My Life ของเขางว่า เป็น"บุคคลที่เฉลียวฉลาดและมีประสบการณ์สูง"
ในเดือนพฤษภาคม ปี 2569 ก่อนนายต่งจะจากไปเพียงไม่กี่เดือน สถาบันจีนแห่งอเมริกา (China Institute of America) ได้มอบรางวัลฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งศตวรรษของสถาบันแด่นายต่งที่นครนิวยอร์ก เพื่อเชิดชูเกียรติในความพยายามส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ตลอดหลายทศวรรษของเขา
ด้านมูลนิธิแลกเปลี่ยนจีน-สหรัฐฯ (CUSEF) ซึ่งต่งก่อตั้งขึ้นในปี 2551 ระบุว่า ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างมูลนิธิกับศูนย์คาร์เตอร์ (The Carter Center) นั้นมีรากฐานมาจากมิตรภาพส่วนตัวระหว่างนายต่งกับจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ล่วงลับนั่นเอง
ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์


