“พั่งตงไหล” (Pang Dong Lai) เชนค้าปลีกชื่อดังจากมณฑลเหอหนานของจีน เตรียมปิดสาขา Life Plaza ในเมืองสวี่ชางภายในเดือนธันวาคม 2026 แม้ร้านแห่งนี้ยังมียอดขายปีละประมาณ 2,000 ล้านหยวน (ราว 9,820 ล้านบาท) และมีกำไรมากกว่า 100 ล้านหยวน (ราว 491 ล้านบาท) ต่อปี
อวี๋ ตงไหล ผู้ก่อตั้งบริษัท ระบุว่า การปิดร้านไม่ได้เกิดจากยอดขายตก แต่เป็นผลจากปัญหาสัญญาเช่าที่สะสมมานาน หลังค่าเช่าพื้นที่บางส่วนเพิ่มสูงจนบริษัทมองว่าไม่เป็นธรรม ขณะที่อาคารเดิมก็มีข้อจำกัดด้านที่จอดรถ ทางเดิน และระบบต่าง ๆ ซึ่งยากต่อการปรับให้ได้มาตรฐานที่บริษัทต้องการ
ปี 2015 บริษัทเคยปิดสาขาในเมืองซินเซียง หลังเจ้าของพื้นที่เสนอขึ้นค่าเช่าจากประมาณ 8 ล้านหยวน (ราว 39 ล้านบาท) เป็น 24 ล้านหยวน (ราว 118 ล้านบาท) ต่อปี หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า แม้ร้านจะยังมีกำไรหลายสิบล้านหยวนต่อปี
หลังจากนั้น พั่งตงไหลเริ่มลดการพึ่งพาพื้นที่เช่า และหันมาถือครองอสังหาริมทรัพย์เอง ปัจจุบันบริษัทกำลังก่อสร้างโครงการ “Dream City” ในเมืองสวี่ชาง ใช้เงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านหยวน (ราว 31,900 ล้านบาท) โดยระบุว่าจะใช้เงินทุนของบริษัทเองและไม่พึ่งเงินกู้ธนาคาร
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวิธีบริหารของพั่งตงไหล ซึ่งในช่วงปี 2012-2014 เคยปิดสาขาที่ทำกำไรหลายแห่ง เนื่องจากเห็นว่าการขยายตัวเร็วเกินไปทำให้คุณภาพบริการลดลงและพนักงานมีภาระงานเพิ่มขึ้น
พั่งตงไหลยังมีชื่อเสียงด้านสวัสดิการพนักงาน โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2026 พนักงานมีรายได้เฉลี่ย 9,598 หยวนต่อเดือน (ราว 47,100 บาท) รวมถึงมีวันลาจำนวนมากและระบบชดเชยกรณีพนักงานถูกลูกค้าดูหมิ่นหรือทำร้าย
ล่าสุด บริษัทยังเพิ่มเงื่อนไขด้านแรงงานในการคัดเลือกซัพพลายเออร์ ทั้งการจ่ายค่าจ้าง การส่งประกันสังคม ชั่วโมงทำงาน และค่าล่วงเวลา หากพบการใช้แรงงานผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง อาจถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นคู่ค้า
แม้พั่งตงไหลจะไม่ได้เร่งขยายสาขา แต่ยอดขายยังเติบโตต่อเนื่อง ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 บริษัทมียอดขายรวม 19,515 ล้านหยวน (ราว 95,800 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 26.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
กรณีของพั่งตงไหลจึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของธุรกิจที่ไม่ได้ตัดสินใจจากกำไรเพียงอย่างเดียว แต่พร้อมยอมเสียรายได้ หากต้องแลกกับมาตรฐานและหลักการในการดำเนินธุรกิจ
ที่มา กลุ่มสื่อจีน


