xs
xsm
sm
md
lg

ราคาสมาร์ตโฟนในจีนพุ่งสูงต่อเนื่องท่ามกลางภาวะชิปหน่วยความจำขาดแคลน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้บริโภคกำลังเลือกซื้อสมาร์ตโฟนที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 - ภาพ : ไชน่าเดลี่
แบรนด์ชั้นนำของจีนพร้อมใจกันปรับขึ้นราคาขายปลีกสมาร์ตโฟนรุ่นปัจจุบันหลายรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศเมื่อต้นสัปดาห์ เนื่องจากแบกรับต้นทุนการผลิตไม่ไหว ท่ามกลางภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (memory chip) ซึ่งผลักดันให้ชิปมีราคาสูงขึ้น 
 
การปรับขึ้นราคาครั้งใหม่จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงในโซเชียลมีเดีย

หัวเว่ยเป็นผู้นำในการปรับขึ้นราคา โดยสมาร์ตโฟนซีรีส์ Mate 80 ขึ้นราคาอีก 1,000 หยวน ( ประมาณ 4,910 บาท ) ขณะที่รุ่น 90 Pro Max ขึ้นราคาอีก 200 หยวน ( ประมาณ 982 บาท)
 

เสี่ยวหมี่เคยปรับขึ้นราคาไปแล้วเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม มาคราวนี้ Xiaomi 17 และ 17 Pro ขอขึ้นราคาอีกรุ่นละ 300 หยวน ( ประมาณ 1,473 บาท ) นับเป็นการปรับขึ้นราคาครั้งที่สองในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน

ส่วนออเนอร์ ( Honor ) ขึ้นราคา Power2 อีก 500 หยวน( ประมาณ 2,455 บาท ) และ 600 หยวน ( ประมาณ 2,946 บาท ) สำหรับทั้งสองรุ่น และ Magic8 ซีรีส์เรือธงขึ้นราคาอีก 300 ถึง 500 หยวนในทุกรุ่น ทำให้ราคาหลังปรับขึ้นอยู่ที่ระหว่าง 4,799 ถึง 5,999 หยวน ( ประมาณ 23,563-29,455 บาท)
 
สาเหตุหลักที่ทำให้ชิปหน่วยความจำมีราคาพุ่งขึ้นนั้นมาจากความไม่สมดุลในการผลิต โดยการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการฝีกโมเดล AI และโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ AI ทำให้ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ เช่น ซัมซุง เอสเคไฮนิกซ์ และไมครอน หันไปให้ความสำคัญกับการผลิตชิป HBM ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูงที่ติดตั้งคู่กับ GPU ในเซิร์ฟเวอร์ AI เนื่องจากชิป HBM ทำกำไรได้มาก ปริมาณการผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND สำหรับอุปกรณ์พกพาจึงลดลง การขาดแคลนอุปทานนี้เองทำให้ราคาชิปหน่วยความจำสำหรับสมาร์ตโฟนพุ่งสูงขึ้น

รายงานล่าสุดของบริษัทวิจัยตลาด Trend-Force ระบุว่า ชิปหน่วยความจำมีราคาเพิ่มขึ้น 5-7 เท่าตั้งแต่ต้นปี 2568

ด้านคริสเตียโน อามอน ซีอีโอของบริษัทควอลคอมม์ ผู้ผลิตชิปชั้นนำกล่าวในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมว่า บริษัทวางแผนขึ้นราคาสินค้าโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน

อามอนอธิบายว่า การขึ้นราคาสะท้อนถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในวงกว้างตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตสมาร์ตโฟนกำลังเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากต้นทุนหน่วยความจำและต้นทุนระบบบนชิป หรือ SoC
 
ด้านผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นราคาสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่แล้วในตลาดโดยตรง แตกต่างจากในอดีตที่การปรับขึ้นราคาเกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีการปรับปรุงคุณสมบัติหรือสเปกให้ดีขึ้น บ่งชี้ว่าแบรนด์ผู้ผลิตกำลังส่งต่อต้นทุนการผลิตให้แก่ผู้บริโภคทีละน้อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะต้นทุนชิ้นส่วนยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

ในการไลฟ์สตรีมมิงเมื่อเดือนพฤษภาคม หลู่ เหว่ยปิง ประธานของเสี่ยวหมี่คาดการณ์ว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สมาร์ตโฟนเรือธงบางรุ่น ซึ่งไม่ใช่สมาร์ตโฟนจอพับ ที่วางจำหน่ายในจีนอาจมีราคาทะลุเพดาน 10,000 หยวน ( ประมาณ 49,100 บาท ) ก็เป็นได้

ที่มา : ไชน่าเดลี่