เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยได้เข้าพบและหารือกับประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ผู้นำอียิปต์ ณ กรุงไคโร เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
ในการหารือครั้งนี้ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เรียกร้องให้ชาติในภูมิภาคตะวันออกกลางร่วมกันต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก พร้อมเสนอให้พิจารณาจัดตั้ง "สถาปัตยกรรมความมั่นคง" รูปแบบใหม่ในภูมิภาค เพื่อให้ประเทศต่างๆ สามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ นอกจากนี้ จีนยังแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเพื่อดูแลความปลอดภัยของเส้นทางการเดินเรือทางทะเล ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบาเบลมันเดบ
ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การต่อต้านการก่อการร้าย รวมถึงการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ทั้งในด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์ และห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ ตลอดจนการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นของทั้งสองประเทศในการค้าและการลงทุน
ด้านอียิปต์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯ ราว 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 44,200 ล้านบาท) ต่อปี ได้ดำเนินนโยบายสร้าง "สมดุลทางยุทธศาสตร์" โดยขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงกับจีนอย่างต่อเนื่อง เช่น การซ้อมรบทางอากาศร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา รวมถึงการลงทุนของจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าเงินลงทุนจากจีนสะสมแล้วราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 136,000 ล้านบาท)
ล่าสุด อียิปต์ได้ประกาศแผนขยายพื้นที่อุตสาหกรรมที่พัฒนาร่วมกับจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ พร้อมทั้งลงนามข้อตกลงเบื้องต้นกับบริษัท ZC Rubber Group ของจีน เพื่อศึกษาโครงการลงทุนสร้างโรงงานผลิตยางรถยนต์มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,000 ล้านบาท) ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อียิปต์มีการนำเข้าสินค้าจากจีนคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 340,000 ล้านบาท)
ที่มา: รอยเตอร์/ ภาพสำนักข่าวซินหัว


