ภาพถ่ายใหม่ ซึ่งโฆษกกองทัพอียิปต์โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อบ่ายวันจันทร์ ( 31 ส.ค. ) แสดงให้เห็น YU-20 หรืออวิ่นโหยว – 20 เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน กำลังเติมน้ำมันกลางอากาศให้กับเครื่องบินขับไล่ราฟาล ของอียิปต์ในระหว่างการฝึกซ้อมรบทางอากาศในชื่อรหัสว่า นกอินทรีแห่งอารยธรรม 2569 (Eagles of Civilization 2026) ระหว่างกองทัพอากาศจีนและอียิปต์ ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
นายหวัง หย่าหนาน บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร แอโรสเปซโนว์เลดจ์ ( Aerospace Knowledge) ในกรุงปักกิ่งระบุว่า การที่ YU-20 เติมเชื้อเพลิงให้เครื่องบินขับไล่ราฟาลนั้นถือเป็นภาพที่หาดูได้ยากและการแสดงการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครั้งล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานร่วมกันได้อย่างลึกซึ้งระหว่างกองทัพอากาศของชาติทั้งสอง
เขาอธิบายว่า YU-20 ใช้ระบบเติมเชื้อเพลิงแบบใช้ท่อและหัวจ่าย (probe-and-drogue refueling system) และราฟาล ก็ติดตั้งระบบเติมเชื้อเพลิงแบบเดียวกัน ทำให้ทั้งสองแพลตฟอร์มมีความเข้ากันได้สูงโดยธรรมชาติ แต่ถึงกระนั้น การเติมน้ำมันโดยตรงภายใต้สภาวะที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิงระหว่างเครื่องบินต่างชาติและมีประเภทแตกต่างกันนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ภาพที่ปรากฏจึงแสดงให้เห็นถึงระดับการประสานงานที่สูงมาก
หาก YU-20 สามารถเติมเชื้อเพลิงให้กับเครื่องบินขับไล่ราฟาลได้ นั่นก็หมายความว่าในช่วงเวลาวิกฤต เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของจีนย่อมสามารถให้การสนับสนุนหน่วยรบของอียิปต์ได้ นายหวังกล่าว
การฝึกร่วม "นกอินทรีแห่งอารยธรรม 2569" เปิดฉากเมื่อวันเสาร์ ( 29 ส.ค. ) โดยมีเครื่องบินรบอเนกประสงค์หลายประเภทจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม การฝึกจัดขึ้นที่ฐานทัพอากาศหลายแห่งในอียิปต์ เพื่อฝึกปฏิบัติการรบทางอากาศในการโจมตีเป้าหมายที่เป็นศัตรูและปกป้องเป้าหมายสำคัญตามยุทธวิธีทางอากาศล่าสุด ซึ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ ตลอดจนพัฒนาทักษะและความสามารถของนักบินในการทำงานร่วมกัน
การฝึกซ้อมร่วมครั้งนี้ยังนับเป็นครั้งแรกที่จีนส่งเครื่องบินขับไล่ J-16 เข้าร่วม และเป็นครั้งแรกที่อียิปต์ส่งเครื่องบินขับไล่ราฟาลเข้าร่วม ซึ่งเป็นพัฒนาการที่น่าจับตามอง สะท้อนให้เห็นถึงระดับความไว้วางใจที่ค่อนข้างสูงระหว่างกองทัพทั้งสอง โดยนอกจากเครื่องบิน J-16 กับราฟาลจะมีการฝึกการเผชิญหน้ากันแล้ว ยังมีการฝึกปฏิบัติการเคียงข้างกันอีกด้วย
ที่มา : โกลบอลไทมส์


