จีนส่งสัญญาณใช้แนวทางที่เด็ดขาดมากขึ้นในการควบคุมความปลอดภัยของรถยนต์ โดยหน่วยงานกำกับดูแลของจีนมีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี ( 27 ส.ค. ) ให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยื่นแผนการเรียกคืนรถยนต์เชิงรุก สำหรับความบกพร่องใดๆ ที่ตรวจพบจากการตรวจสอบด้วยตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ระยะเวลาหนึ่งปี เพื่อปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของรถยนต์บนแดนมังกร ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก
ภายใต้โครงการรณรงค์ กำหนดให้ค่ายรถยนต์ต้องดำเนินการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความน่าเชื่อถือ ความทนทาน การทดสอบและการตรวจสอบรับรองความถูกต้องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมด รวมถึงซัปพลายเออร์หลัก โดยต้องส่งรายงานให้หน่วยงานท้องถิ่นภายในสิ้นปี 2569 ตามแถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ (SAMR) และกระทรวงอุตสาหกรรม ความมั่นคงสาธารณะ และสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้น ค่ายรถยนต์ต้องยื่นแผนการเรียกคืนรถต่อSAMRโดยทันที และดำเนินการเรียกคืนรถยนต์ที่มีข้อบกพร่องด้วยความสมัครใจของค่ายรถยนต์เอง หน่วยงานท้องถิ่นจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและตรวจสอบรับรองความปลอดภัยอย่างเข้มงวดก่อนที่จะนำเทคโนโลยีรถยนต์ใหม่มาใช้
การตรวจสอบจะพิจารณาอย่างละเอียดถึงความปลอดภัยของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงและระบบขับขี่อัตโนมัติ รวมถึงความสามารถของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในการควบคุมด้านต่างๆ เช่น ความปลอดภัยในการใช้งาน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความปลอดภัยของข้อมูล การอัปเดตซอฟต์แวร์ การตรวจสอบเหตุการณ์ และการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
มาตรการควบคุมความปลอดภัยของรถยนต์อย่างเข้มข้นมีขึ้นในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศลดลง ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนหันมาปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวแทนการมุ่งทำสงครามราคากันอย่างดุเดือดเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด
ด้านสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนออกมาเตือนว่า "การแข่งขันที่ไม่สมเหตุสมผล" อาจกัดกร่อนความสม่ำเสมอในการผลิตและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ บั่นทอนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของภาคส่วนนี้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เทสลาและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนอีก 8 แห่ง ประกาศเรียกคืนรถยนต์รวม 4 ล้าน 3 แสนคัน ซึ่งเป็นการเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เนื่องมาจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับกลไกการปลดล็อกประตูฉุกเฉิน
ที่มา : รอยเตอร์


