บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์และนักการกุศล เขียนบทความแสดงความวิตกกังวลครั้งล่าสุด เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเขาระบุว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางวิวัฒนาการที่ต้องมีการบริหารจัดการเชิงนโยบายอันยอดเยี่ยมจากสังคมในระดับโลก
ในบทความใหม่ ความยาวเกือบ 6,000 คำบนบล็อก ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ ( 26 ส.ค. ) ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนเป็นสิ่งจำเป็นในการบริหารจัดการกับผลกระทบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับสังคมจากเทคโนโลยี AI ซึ่งพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
AI กำลังนำมาซึ่ง “ช่วงเวลาที่ปั่นป่วนที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ” ซึ่งอาจกลายเป็น “เครื่องมือสร้างความเสมอภาคอันยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หรือไม่ก็กลายเป็นแหล่งที่มาของความอยุติธรรมเลวร้ายที่สุด”
“ประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนักพัฒนา AI ชั้นนำและควบคุมส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน ควรเริ่มประชุมกันในตอนนี้เพื่อกำหนดบรรทัดฐานร่วมกัน ก่อนที่แรงกดดันด้านการแข่งขันจะทำให้การร่วมมือกันทำได้ยากขึ้น” เจ้าพ่อเทคโนโลยีระบุในบทความ
นอกจากนั้น ยังเรียกร้องให้มีการจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศเพื่อบริหารจัดการและกำหนดอนาคตของ AI
เกตส์ระบุว่า ผู้คนกำลังประเมินผลกระทบของ AI ต่ำเกินไป สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการนำพลังของ AI มาเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีในอดีต ซึ่งทำให้เข้าใจกันไปผิด ๆ โดยเทคโนโลยีในอดีตอย่างพีซี ต้องใช้เวลาถึงยี่สิบปีในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของคนเรา แต่เทคโนโลยี AIสามารถนำมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะทำงานบนอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว มันสามารถคิดและเคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์ เราไม่จำเป็นต้องปรับตัวเข้ากับมัน เพราะมันสามารถปรับตัวเข้ากับเราได้
เกตส์ต้องการให้นานาชาติช่วยกันเฝ้าระวังและควบคุมความสามารถของ AI เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ถูกนำไปใช้สร้างสารเคมีอันตรายหรือก่ออาชญากรรมทางชีวภาพ
เกตส์เขียนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI นำมาซึ่ง “ความเสี่ยงใหญ่สามประการ”
ประการแรก งานจำนวนมากจะหายไปตลอดกาล
ประการที่สอง AI จะเพิ่มอำนาจให้ผู้ไม่หวังดี – และอาจรวมถึงระบบ AI เอง – ในการสร้างความเสียหาย เช่นการโจมตีทางไซเบอร์ การฉ้อโกง ข้อมูลเท็จ และแม้แต่ภัยอันตรายทางกายภาพ เช่น อาวุธชีวภาพ
ประการที่สาม AI อาจขัดขวางพัฒนาการของเด็กและเข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
เกตส์ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เขากำลังวางแผนเข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในปลายปีนี้ เพื่อเสนอแนวทางความร่วมมือระดับโลกในการลดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจาก AI
เขาเชื่อว่าจีนอาจตกลงที่จะจำกัดการเผยแพร่โมเดล AI ที่เป็นอันตราย หากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายริเริ่มก่อน
ด้านโฆษกของเกตส์กล่าวว่า เกตส์อาจไปเยือนจีนกำลังในเดือนพฤศจิกายน
ทั้งนี้ เกตส์เคยพบกับสี จิ้นผิงเมื่อสามปีก่อน ในฐานะผู้ประกอบการต่างชาติคนแรก ที่ได้รับเชิญจากประธานาธิบดีจีนหลังการระบาดของโรคโควิด-19
ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ / รอยเตอร์ / KOMONEWS


