xs
xsm
sm
md
lg

“บิล เกตส์” วิตก AI อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสังหารมนุษย์ วอนสหรัฐฯ และจีนร่วมมือกันควบคุมผลกระทบ วางแผนหารือสีจิ้นผิงปลายปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บิล เกตส์ เข้าร่วมการประชุมประจำปีครั้งที่ 56 ของเวทีเศรษฐกิจโลก (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ - ภาพ : รอยเตอร์
บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์และนักการกุศล เขียนบทความแสดงความวิตกกังวลครั้งล่าสุด เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเขาระบุว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางวิวัฒนาการที่ต้องมีการบริหารจัดการเชิงนโยบายอันยอดเยี่ยมจากสังคมในระดับโลก

ในบทความใหม่ ความยาวเกือบ 6,000 คำบนบล็อก ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ ( 26 ส.ค. ) ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนเป็นสิ่งจำเป็นในการบริหารจัดการกับผลกระทบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับสังคมจากเทคโนโลยี AI ซึ่งพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

AI กำลังนำมาซึ่ง “ช่วงเวลาที่ปั่นป่วนที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ” ซึ่งอาจกลายเป็น “เครื่องมือสร้างความเสมอภาคอันยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หรือไม่ก็กลายเป็นแหล่งที่มาของความอยุติธรรมเลวร้ายที่สุด”

“ประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนักพัฒนา AI ชั้นนำและควบคุมส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน ควรเริ่มประชุมกันในตอนนี้เพื่อกำหนดบรรทัดฐานร่วมกัน ก่อนที่แรงกดดันด้านการแข่งขันจะทำให้การร่วมมือกันทำได้ยากขึ้น” เจ้าพ่อเทคโนโลยีระบุในบทความ

นอกจากนั้น ยังเรียกร้องให้มีการจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศเพื่อบริหารจัดการและกำหนดอนาคตของ AI 
 
เกตส์ระบุว่า ผู้คนกำลังประเมินผลกระทบของ AI ต่ำเกินไป สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการนำพลังของ AI มาเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีในอดีต ซึ่งทำให้เข้าใจกันไปผิด ๆ โดยเทคโนโลยีในอดีตอย่างพีซี ต้องใช้เวลาถึงยี่สิบปีในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของคนเรา แต่เทคโนโลยี AIสามารถนำมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะทำงานบนอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว มันสามารถคิดและเคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์ เราไม่จำเป็นต้องปรับตัวเข้ากับมัน เพราะมันสามารถปรับตัวเข้ากับเราได้

เกตส์ต้องการให้นานาชาติช่วยกันเฝ้าระวังและควบคุมความสามารถของ AI เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ถูกนำไปใช้สร้างสารเคมีอันตรายหรือก่ออาชญากรรมทางชีวภาพ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน (ขวา) สนทนากับ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ ในการประชุมประจำปีของเวทีเอเชียโป๋อ่าว (BFA) ที่เมืองโป๋อ่าว มณฑลไห่หนันเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2556 - ภาพ :  รอยเตอร์
เกตส์เขียนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI นำมาซึ่ง “ความเสี่ยงใหญ่สามประการ”

ประการแรก งานจำนวนมากจะหายไปตลอดกาล

ประการที่สอง AI จะเพิ่มอำนาจให้ผู้ไม่หวังดี – และอาจรวมถึงระบบ AI เอง – ในการสร้างความเสียหาย เช่นการโจมตีทางไซเบอร์ การฉ้อโกง ข้อมูลเท็จ และแม้แต่ภัยอันตรายทางกายภาพ เช่น อาวุธชีวภาพ

ประการที่สาม AI อาจขัดขวางพัฒนาการของเด็กและเข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

เกตส์ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เขากำลังวางแผนเข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในปลายปีนี้ เพื่อเสนอแนวทางความร่วมมือระดับโลกในการลดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจาก AI

เขาเชื่อว่าจีนอาจตกลงที่จะจำกัดการเผยแพร่โมเดล AI ที่เป็นอันตราย หากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายริเริ่มก่อน

ด้านโฆษกของเกตส์กล่าวว่า เกตส์อาจไปเยือนจีนกำลังในเดือนพฤศจิกายน

ทั้งนี้ เกตส์เคยพบกับสี จิ้นผิงเมื่อสามปีก่อน ในฐานะผู้ประกอบการต่างชาติคนแรก ที่ได้รับเชิญจากประธานาธิบดีจีนหลังการระบาดของโรคโควิด-19

ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ / รอยเตอร์ / KOMONEWS