อุทาหรณ์เตือนสายลดน้ำหนัก! สาวจีนวัย 31 ปี จากมณฑลเหอหนาน สูง 160 เซนติเมตร หนัก 70 กิโลกรัม หักโหมอดอาหารกินแต่น้ำเปล่าต่อเนื่องนาน 15 วัน หวังลดความอ้วน ผลลัพธ์ คือ น้ำหนักลดฮวบ 20 กิโลกรัม แต่ต้องแลกกับสมองเสียหายอย่างหนักและไม่สามารถกลับมาเดินได้ตามปกติตลอดชีวิต
"ซุนกุ้ยฟาง" แพทย์ด้านประสาทวิทยา จากโรงพยาบาลแห่งที่ 1 ในสังกัดมหาวิทยาลัยเจิ้งโจว วินิจฉัยว่า คนไข้มีภาวะ Wernicke’s encephalopathy หรือ ภาวะสมองเสียหายจากการขาดวิตามินบี 1 อย่างรุนแรง ส่งผลให้มีอาการสับสน สูญเสียความทรงจำ กล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต และสูญเสียการทรงตัว โดยกรณีของคนไข้รายนี้มีอาการเดินเซคล้ายเพนกวินอย่างชัดเจน และไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้
จากการสอบถามพบว่า เธอใช้วิธีอดอาหารตามศาสตร์ความเชื่อของลัทธิเต๋าที่เรียกว่า "ปี้กู๋" ซึ่งคาดว่ามีต้นกำเนิดก่อนยุคราชวงศ์ฉิน โดยมีรูปแบบตั้งแต่การงดกินธัญพืชไปจนถึงการดื่มเฉพาะน้ำเปล่า
แม้แนวทางการลดน้ำหนักยุคใหม่จะเน้นการกินโปรตีน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมันสูง แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยนิยมการลดน้ำหนักแบบปี้กู๋ โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องมียอดเข้าชมสูงถึง 360 ล้านครั้ง บางรายแชร์ว่าสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 10 กิโลกรัม เพียงแค่ดื่มน้ำเปล่าร่วมกับการกินอาหารเสริมเป็นเวลา 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานเตือนถึงความเสี่ยงร้ายแรงของวิธีการนี้จนถึงขั้นเสียชีวิตออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2020 ชายวัย 26 ปี จากมณฑลเฮยหลงเจียง เสียชีวิตหลังดื่มเพียงน้ำเปล่าติดต่อกัน 52 วัน และในปี 2025 หญิงสาวจากมณฑลเจ้อเจียงดื่มแค่น้ำตลอดทั้งสัปดาห์ ถึงน้ำหนักจะลดลงไปได้ 5 กิโลกรัม แต่เยื่อบุลำไส้ของเธอกลับเสียหายอย่างหนัก ทั้งยังติดเชื้อในกระแสเลือด และเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำขั้นวิกฤตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงเริ่มเกิดกระแสเรียกร้องให้สั่งห้ามเผยแพร่คอนเทนต์ลักษณะนี้อย่างจริงจัง
ด้านชาวเน็ตแสดงความคิดเห็น เช่น “ปี้กู๋ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีโบราณ แต่เป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง” และ “ยอมใจคนพวกนี้เลยจริงๆ เด็ดขาดกับตัวเองมาก แค่ให้ฉันอดอาหารมื้อเดียวยังทำไม่ได้เลย”
ที่มา : Chinese woman, 31, faces lifelong walking issues after water-only diet (SCMP)


