จากคดีคนหายกลายเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง ซึ่งตำรวจเกาหลีใต้กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาหลักฐานมัดตัวผู้ต้องสงสัยฆ่านักศึกษาสาวชาวจีน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหนุ่มชาติเดียวกัน ที่มาแจ้งความคนหายและอ้างว่าเป็นแฟนของผู้ตายนั่นเอง
สถานกงสุลใหญ่จีนประจำเมืองปูซานแถลงเมื่อวันอังคาร ( 25 ส.ค. ) ว่า นักศึกษาหญิงชาวจีนที่หายตัวไปหลายวันถูกพบเสียชีวิตแล้ว โดยสถานกงสุลมีการแถลง หลังจากได้ตรวจสอบกับตำรวจท้องถิ่น
ตามรายงานของสื่อเกาหลีใต้ ผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน วัย 25 ปี ชื่อนางสาวเอ ( นามสมมุติ) สังกัดบัณฑิตวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองคยองซาน จังหวัดคยองบุก ถูกพบเสียชีวิต หลังจากหายตัวไป 5 วัน โดยนาย จย่ง มั่ว ชาวจีน วัย 30 กว่าปี เป็นผู้แจ้งความเรื่องการหายตัวไปของนางสาวเอในวันรุ่งขึ้น หลังจากเธอขาดการติดต่อกับครอบครัวและคนรู้จัก ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 20 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันรับปริญญา
นายจย่งแจ้งกับตำรวจสถานีเมืองคยองซานว่า ตนเป็นแฟนของนางสาวเอ
“เธอบอกว่าจะไปเมืองแทกู แต่ผมติดต่อเธอไม่ได้” เขาให้การกับตำรวจ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สืบสวนพบความไม่สอดคล้องกันในคำให้การ และเริ่มสงสัยว่านายจย่งอาจเป็นฆาตกร
จากการวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าในวันที่หายตัวไป นางสาวเอถูกพบเห็นในสถานที่ 2 แห่ง ได้แก่ร้านสะดวกซื้อหน้าบัณฑิตวิทยาลัยที่เธอจบการศึกษา และบริเวณใกล้สถานีรถไฟดงแดกู ในเมืองแทกู ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสุดท้าย
ด้วยเหตุนี้ ในเวลาประมาณ 19:30 น. ของวันที่แจ้งความคนหาย 21 สิงหาคม ตำรวจจังหวัดคยองบุกจึงขอความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจนครบาลแทกู ระดมกำลังเพื่อค้นหาพื้นที่ แต่ไม่พบตัวเหยื่อ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมจึงไปพบศพนางสาวเอในอพาร์ตเมนต์ของนายจย่ง ซึ่งอยู่ในเมืองคยองซานและเขาถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมนางสาวเอ
ขณะนี้ตำรวจกำลังมุ่งเน้นการสืบสวนไปที่การระบุเวลาเสียชีวิตที่แน่ชัดของเหยื่อ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าผู้ต้องสงสัยอาจฆ่านางสาวเอไปแล้ว และจงใจแจ้งว่าเธอหายตัวไปในวันถัดมาเพื่อเบี่ยงเบนการสืบสวน
ตำรวจยืนยันจากภาพจากกล้องวงจรปิดว่า ประมาณ 2 นาฬิกาของวันที่ 20 สิงหาคม นายจย่งได้เข้าไปในอพาร์ตเมนต์ที่พักของเขากับผู้ตายโดยไม่มีการใช้กำลังบังคับ
ต่อมา มีคนเห็นเขาออกจากอพาร์ตเมนต์เพียงลำพัง โดยแต่งกายเป็นหญิงและสวมหมวกปิดบังใบหน้า เดินทางไปยังสถานีรถไฟดงแดกู เมืองแทกู ซึ่งอยู่ติดกับเมืองคยองซาน เพื่อสร้างหลักฐานทำให้มีผู้พบเห็นนางสาวเออยู่บริเวณสถานีดังกล่าวเป็นจุดสุดท้าย เมื่อสร้างหลักฐานเรียบร้อย จึงปิดโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำของสถานีรถไฟดังกล่าว จากนั้นก็กลับไปยังอพาร์ตเมนต์ที่พัก
การหายตัวไปของนางสาวเอเป็นข่าวครึกโครม หลังจากมีการแชร์โพสต์ ซึ่งเชื่อว่าเขียนโดยครอบครัวของเธอในโซเชียลมีเดียของจีน และเพื่อนร่วมบัณฑิตวิทยาลัยได้โพสต์ข้อความเนื้อหาคล้ายกันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในเกาหลีใต้
ที่มา : โกลบอลไทมส์ / TheAsiaBusinessDaily


