xs
xsm
sm
md
lg

ไม่มีใครอยู่เหนือการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในการกดดันอิหร่านครั้งใหม่ แต่ธนาคารจีนยังไม่แน่ !

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 - ภาพ : รอยเตอร์
นักวิเคราะห์สงสัยว่า มาตรการกดดันอิหร่านครั้งใหม่ ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์เรียกว่า “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” นั้นจะได้ผลแค่ไหน ในเมื่อจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด การใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูกับรัฐบาลอิหร่านย่อมเสี่ยงต่อการตอบโต้จากปักกิ่ง

จุดมุ่งหมายของมาตรการนี้ก็คือการตัดเส้นทางเศรษฐกิจทุกเส้น ที่ค้ำจุนระบอบเผด็จการเตหะราน เพื่อให้ถูกโดดเดี่ยว ตามการเปิดเผยมาตรการเมื่อวันจันทร์ ( 24 ส.ค.) ของนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ


เขาเน้นย้ำว่า ประเทศที่ยังคงทำการค้ากับอิหร่านจะต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยจะถูกตัดจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลักทั่วโลก

 
นายเบสเซนต์ยังไม่ระบุชื่อประเทศที่จะตกเป็นเป้าหมายหรือเปิดเผยว่ามาตรการลงโทษจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด โดยจะให้เวลาประเทศเหล่านั้นในการปฏิบัติตามมาตรการใหม่นี้


อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าธนาคารของจีนจะตกเป็นเป้าหมายด้วยหรือไม่ นายเบสเซนต์ตอบเลี่ยง ๆ ว่า "เราต้องการชี้แจงให้ชัดเจนในวันนี้ว่า ไม่มีใครอยู่เหนือการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ"


ศูนย์การกลั่นแห่งใหม่ของบริษัทเหิงลี่ปิโตรเคมีคอลจำกัด หนึ่งในบริษัทเอกชนด้านการกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีรายใหญ่ที่สุดของจีน บนเกาะฉางซิง  ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2561  - ภาพ : รอยเตอร์
ผู้เชี่ยวชาญมองท่าทีดังกล่าวว่า เป็นเพราะรัฐบาลทรัมป์ระมัดระวังการตอบโต้จากจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงใกล้จะเจรจากันที่สหรัฐฯ ในเดือนหน้า และทรัมป์ต้องการแร่ธาตุหายากจากจีน

จีนถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับเตหะราน โดยซื้อน้ำมันมากถึงราวร้อยละ 90 ของยอดขายน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ


แต่จนถึงขณะนี้ มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่ผ่านมาของรัฐบาลทรัมป์มุ่งเป้าไปที่บริษัทจีนเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นได้แก่การคว่ำบาตรโรงกลั่นปิโตรเคมีเหิงหลี่ (ต้าเหลียน)ในเดือนเมษายน การคว่ำบาตรบริษัท 4 แห่งในฮ่องกงในเดือนพฤษภาคม และคว่ำบาตรบริษัทเดินเรือ 6 แห่งในจีนและฮ่องกงในเดือนสิงหาคม


สถาบันการเงินของจีน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการค้าขายน้ำมันของอิหร่านยังไม่ถูกแตะต้อง


การความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอิหร่านกับจีนจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน แต่สหรัฐฯ จะไม่ทำเช่นนั้น เพราะจะถูกจีนตอบโต้และจีนจะมีอำนาจต่อรองซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่สหรัฐฯ  เจนนิเฟอร์ คาวานาห์ นักวิจัยอาวุโสจาก Defense Priorities ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านนโยบายต่างประเทศในวอชิงตันระบุ


 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เดินเคียงข้างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ณ อาคารทำเนียบผู้นำจงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 - ภาพ : เอพี
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลง ภายหลังการเปิดเผยมาตรการของนายเบสเซนต์ว่า จีนจะทำ "สิ่งที่จำเป็น" เพื่อปกป้องสิทธิของตน

นักวิเคราะห์ไม่แน่ใจว่า มหาอำนาจทั้งสองพร้อมจะนำประเด็นอิหร่านมาแลกกับความสัมพันธ์ที่เริ่มคลี่คลายดีขึ้นระหว่างกันหรือไม่


สำหรับทรัมป์ การทำให้ปักกิ่งไม่พอใจ นอกจากจะเสี่ยงต่อการตอบโต้ทางเศรษฐกิจแล้ว ยังอาจทำให้การพยายามสร้างเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างกันต้องล้มเหลวในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะได้ต้อนรับผู้นำจีนที่ทำเนียบขาว


ในมุมมองของหวังจื่อเฉิน รองเลขาธิการศูนย์วิจัยจีนและโลกาภิวัตน์ (CCG) จีนและสหรัฐฯคงไม่ต้องการให้อิหร่านเป็นตัวกำหนดทิศทางของการประชุมสุดยอดที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 กันยายน เว้นเสียแต่มาตรการของสหรัฐฯ จะมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์สำคัญของจีนโดยตรง


หลังจากสหรัฐฯเปิดฉากโจมตีอิหร่านในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์ได้ไปเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม การประชุมสุดยอดที่สหรัฐฯ จะเป็นการพบปะกันแบบตัวต่อตัวครั้งที่สองระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง


อ้างอิงข้อมูล  : อัลจาซีร่า / รอยเตอร์ / โกลบอลไทมส์