xs
xsm
sm
md
lg

การลดคาร์บอน VS การอนุรักษ์ : ผลการศึกษาชี้ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์จีนกำลังทำร้ายนก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภายในปีค.ศ. 2024 พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของจีนมีขนาดประมาณ 4,520 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับรัฐโรดไอส์แลนด์ของสหรัฐอเมริกา - ภาพ : เอพี
การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในจีนทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพของนกลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด จากผลการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไซเอนซ์ (Science) ของสหรัฐฯเมื่อวันพฤหัสฯ ( 20 ส.ค.)
 

นี่เป็นตัวอย่างของ “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้านสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างการลดก๊าซคาร์บอนกับการอนุรักษ์ รองศาสตราจารย์ จาง ฮุ่ยหมิง แห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศหนันจิง ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของผลการศึกษาชิ้นนี้ระบุ

การศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 2,344 อำเภอในจีนระหว่างปี 2557-2567 โดยอาศัยข้อมูลการดูนกและข้อมูลนโยบายการขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของรัฐบาลจีน พบว่า พื้นที่ที่ดำเนินนโยบายพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเข้มงวด มีจำนวนนกหลากหลายชนิดลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
 

การศึกษามีการใช้ดัชนีตั้งแต่ 0 ถึง 15.5 ในการวัดความเข้มแข็งของนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์ โดยพบว่า ความเข้มแข็งของนโยบายที่เพิ่มขึ้น 4 จุด มีความสัมพันธ์กับการลดลง 2 % ของดัชนีแชนนอน ( Shannon index ) ซึ่งเป็นมาตรวัดมาตรฐานของความหลากหลายทางชีวภาพ

แม้ว่าผลกระทบจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่การศึกษาชิ้นนี้ก็เป็นการเพิ่มหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบของการพัฒนาอุตสาหกรรมและการสูญเสียถิ่นที่อยู่ของนก ซึ่งเหลียง หยวนหนิงแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่งชี้ว่า นกเป็นกลุ่มตัวบ่งชี้ที่มีประสิทธิภาพกลุ่มหนึ่งสำหรับการประเมินความหลากหลายทางชีวภาพในวงกว้าง

การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อาจส่งผลกระทบต่อพืชและภูมิทัศน์โดยรอบ รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นด้วย ที่น่าสนใจคือ นักวิจัยพบว่าแม้ในพื้นที่ที่ผู้วางแผนพยายามปลูกพืชใหม่ หลังจากสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เสร็จแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาการสูญเสียความหลากหลายของนก เนื่องจาก “การปลูกพืชทดแทนที่ด้อยคุณภาพ” (inferior greening) ไม่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ป่าหรือนกบางชนิดนั่นเอง


จางกล่าวว่า การพัฒนาพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน แต่การเลือกสถานที่ตั้งอย่างรอบคอบและมาตรการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพเป็นที่สิ่งสำคัญ

ผลการศึกษาชิ้นนี้ไม่ใช่การชะลอการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน แต่เป็นการทำให้การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยควรผลักดันโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางนิเวศวิทยาต่ำ


เขาหวังว่าผลการศึกษาจะช่วย "ประสานเป้าหมายด้านพลังงานและการอนุรักษ์" ในประเทศจีนและที่อื่นๆ ทั่วโลกได้

เคน โรเซนเบิร์ก นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาชิ้นนี้ระบุว่า การศึกษาของจางและคณะยังมีข้อจำกัดและยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว แต่นี่เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์กับความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทศครั้งแรกที่เขาเคยเห็น

“คุณไม่ควรแลกวิกฤตหนึ่งกับอีกวิกฤตหนึ่ง” โรเซนเบิร์กระบุ

ทั้งนี้ จีนเริ่มดำเนินการปฏิวัติพลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2603 ( ค.ศ. 2060 ) โดยพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของจีนคาดว่าจะสูงถึง 4,520 ตารางกิโลเมตรภายในปี 2567 ( 2024) ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับรัฐโรดไอส์แลนด์ของสหรัฯ และคาดการณ์ว่า แหล่งพลังงานหลักของจีนจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 45 % ภายในปี พ.ศ. 2603
 
การเลือกสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ทำเลที่มีแสงแดดส่องถึงและพื้นที่ว่างเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจาก "แผนพัฒนาห้าปี" เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในบางภูมิภาคอีกด้วย

ที่มา : เอเอฟพี / Scientific American