xs
xsm
sm
md
lg

กำแพงภาษีมิอาจขวางกั้น ! ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนเริ่มตั้งหลักในตลาดสหรัฐฯ ได้แล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Ojai รถแท็กซี่ไร้คนขับรุ่นล่าสุดของ Waymo เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ Zeekr  ของจีน และเริ่มให้บริการรับส่งผู้โดยสารในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 - ภาพ : วิกิพีเดีย
ภาษีนำเข้าที่สูงลิ่วและข้อจำกัดด้านความปลอดภัยทำให้รถยนต์ไฟฟ้า ( EV ) แบรนด์จีนไม่สามารถวางจำหน่ายในโชว์รูมที่สหรัฐอเมริกาได้
 
ทว่าผู้ผลิต EVเลือดมังกรก็โผล่เข้ามาในตลาดรถยนต์ไร้คนขับแดนพญาอินทรีจนได้ ในฐานะผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานหรือแพลตฟอร์มของรถยนต์ที่ออกแบบมาสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน


นับตั้งแต่ปี 2567 บริษัทซีเคอร์ ( Zeekr ) ได้จัดส่งแพลตฟอร์มรถยนต์ CM1e ซึ่งเป็น EVรูปทรงมินิแวนมากกว่า 3,200 ชิ้น ซึ่งรวมถึงจำนวนกว่า 2,600 ชิ้นในปีนี้ ไปยังสหรัฐฯ ซึ่งมีเวย์โม ( Waymo) ผู้ให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับเป็นพันธมิตรของซีเคอร์เพียงรายเดียวเท่าที่ทราบกัน ตามรายงานของนิตยสารฟอร์บส์

 
ขณะที่บริษัทวิจัยด้านการลงทุนมอฟเฟตต์ นาทานสันในนิวยอร์กประเมินว่า เวย์โมได้รับแพลตฟอร์มรถยนต์ประมาณ 300 ชิ้นต่อเดือน


“สิ่งที่เวย์โมต้องการไม่ใช่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป แต่เป็นแพลตฟอร์มรถแท็กซี่ไร้คนขับที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ มีพื้นเรียบ การก้าวขึ้น-ลงรถทำได้สะดวก มีประตูเลื่อน พื้นที่ภายในกว้างขวาง และเหมาะในการใช้งานให้บริการที่มีความถี่สูง” จาง หง ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสในอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ของสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์แห่งประเทศจีนกล่าว


จางเสริมด้วยว่า ในการจัดหาให้ได้ทันตามความต้องการเช่นนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปและสหรัฐฯ จะทำได้ลำบาก แต่ห่วงโซ่อุปทานของจีนสามารถปรับแต่งแพลตฟอร์มให้ตรงกับความต้องการของเวย์โมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากจีนมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ ซัปพลายเออร์ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ผู้ผลิตรถยนต์ และทีมวิศวกรรม จึงช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านจากต้นแบบไปสู่การผลิตจำนวนมาก


ข้อได้เปรียบนี้มาจากโครงสร้างต้นทุน ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์ชาวจีนกำลังผลิตด้วยต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CapEx) ที่ต่ำกว่า 30 % นอกจากนั้น รถยนต์จีนมักมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่ารถยนต์จากตะวันตก และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภครุ่นใหม่ ตามที่ฟิลิปป์ แคมป์ชอฟฟ์ ผู้นำกลุ่มงานด้านยานยนต์ของแมคคินซีย์บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจระดับโลกระบุเมือเดือนก.ค.

 
ข้อตกลงระหว่างซีเคอร์กับเวย์โมยังคงอยู่รอดมาได้ แม้ว่าสหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าEVจีนตามมาตรา301 เป็น100 % เมื่อเดือนกันยายน 2567 ตามด้วยภาษีแยกต่างหากอีก 25 % สำหรับรถยนต์นำเข้า ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2568 และเมื่อรวมกับภาษีมาตรฐาน 2.5 %สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแล้ว EVที่ผลิตในจีนอาจต้องเผชิญกับภาษีสูงถึง 127.5 %


นอกจากนั้น ยังรอดพ้นจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของสหรัฐฯ ซึ่งห้ามติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้เชื่อมต่อการสื่อสารภายนอกและซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติที่ผลิตในจีน เนื่องจากบริษัทซีเคอร์จัดส่งแค่ตัวถังและแชสซี ( chassis ) ของรถยนต์ ซึ่งยังไม่มีระบบขับขี่อัตโนมัติ แต่เวย์โมจะติดตั้งเซ็นเซอร์และระบบประมวลผลของตนที่โรงงานในเมืองเมซา รัฐแอริโซนา และตรวจสอบความถูกต้องของรถยนต์เพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารอัจฉริยะ


จางชี้ว่า บริษัทในสหรัฐฯ สามารถลดต้นทุนได้ผ่านการแบ่งงานเฉพาะด้านข้ามพรมแดนเช่นนี้ เป็นรูปแบบความร่วมมือในลักษณะที่จีนเป็นผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต และสหรัฐฯ ควบคุมระบบอัจฉริยะ


อย่างไรก็ดี จางกล่าวเสริมว่า รูปแบบนี้ยังแฝงด้วยคำเตือนสำหรับบริษัทจีนด้วยว่า หากพวกเขายังคงเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์ รายได้จากบริการที่มีกำไรสูงกว่าและความสัมพันธ์กับลูกค้าก็จะยังคงอยู่ในมือของพันธมิตรในสหรัฐฯนั่นเอง


“เมื่อก่อนการส่งออกรถยนต์ถูกตัดสินโดยปริมาณการจัดส่งเป็นหลัก แต่ปัจจุบันคำถามที่สำคัญกว่าก็คือหลังจากเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้แล้ว สิ่งที่จะทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนสามารถสร้างฐานที่มั่นคงในระยะยาวได้นั้นคืออะไร ” อู๋ ซงฉวน ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสของศูนย์วิจัยและเทคโนโลยีด้านยานยนต์แห่งประเทศจีนให้ข้อคิด


ที่มา : ไชน่าเดลี