เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ลี่ จิน นักวิจัยด้านการป้องกันประเทศจากศูนย์วิจัยการพัฒนาร่วมกันทางเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศสังกัดคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ตีพิมพ์บทความในวารสาร
Defence Industry Conversion in China เรียกร้องให้จีนเร่งแผนการเกณฑ์เรือพลเรือนเพื่อรองรับการปฏิบัติการในยามสงคราม โดยให้ถอดบทเรียนจากการที่สหราชอาณาจักรนำเรือพาณิชย์มาใช้ประโยชน์ในช่วงสงครามฟอล์กลานด์ เมื่อปี 2525
ลี่ ระบุว่า ท่ามกลางภัยคุกคามทางการเมืองระหว่างประเทศและการแข่งขันของชาติมหาอำนาจ จีนจำเป็นต้องพึ่งพาเรือพลเรือนเพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารและปกป้องสิทธิทางทะเลมากขึ้น โดยประสบการณ์ของสหราชอาณาจักรชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบเกณฑ์เรือที่รวดเร็ว การออกแบบเรือให้รองรับงานป้องกันประเทศ ตลอดจนมาตรการชดเชยและสร้างแรงจูงใจที่ชัดเจน ซึ่งสหราชอาณาจักรเคยระดมเรือพลเรือนหลายสิบลำภายในเวลาไม่กี่วันเพื่อขนส่งอากาศยาน ยุทธปัจจัย และสนับสนุนการแพทย์
ในบทความเสนอให้จีนจัดทำสำรวจเรือพลเรือนขนาดใหญ่เพื่อสร้างฐานข้อมูลครอบคลุมด้านความเร็ว กำลังบรรทุก เจ้าของเรือ และคุณสมบัติของลูกเรือ โดยเฉพาะเรือที่มีศักยภาพทางการทหารอย่างเรือบรรทุกน้ำมันและเรือดำน้ำครึ่งท่อน (semi-submersible)
นอกจากนี้ยังควรเรียกร้องให้เรือพลเรือนที่สร้างขึ้นใหม่ถูกออกแบบให้รองรับข้อกำหนดด้านการป้องกันประเทศ เพื่อให้ดัดแปลงเป็นเรือรบหรือเรือสนับสนุนได้ทันที ตัวอย่างเช่น เรือเจินฮัว 33 (Zhen Hua 33) ขนาด 50,000 ตัน ที่มีการออกแบบรองรับการใช้งานสองประเภท
ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับรายงานช่วงปลายปี 2568 ที่พบว่าเรือสินค้า "ตง ต้า 79" (Zhong Da 79) ติดตั้งระบบอาวุธแบบตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งรวมถึงแท่นปล่อยขีปนาวุธ เรดาร์ และเครื่องดีดเครื่องบินแบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดการถกเถียงว่าจีนกำลังเตรียมเปลี่ยนเรือพาณิชย์ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มการรบในยามสงคราม มากกว่าเป็นเพียงเรือขนส่งกำลังบำรุง
ที่มา: South China Morning Post


