xs
xsm
sm
md
lg

"เซินเจิ้น" จากหมู่บ้านแร้นแค้นสู่ฮับเทคโนโลยีระดับโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง มองจากชั้นสูงสุด (ขั้นที่ 115) ของ อาคาร ผิงอัน ไฟแนซ์เชียล เซนเตอร์ (ภาพ MGR Platform)
ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เข้าร่วมโครงการเยี่ยมชมการพัฒนาเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง ฮ่องกง และมาเก๊า (Greater Bay Area หรือ GBA) การพัฒนาเขตเศรษฐกิจในมณฑลกว่างตง ถือเป็นแนวทางการพัฒนาใหม่ของจีนที่มุ่งเน้นคุณภาพสูง และในโอกาสที่เซินเจิ้นเป็นเจ้าภาพซิมมิตเอเปคในเดือนพ.ย.ที่จะถึงนี้ จีนได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาความทันสมัยในประเทศให้เป็นแบบอย่างการพัฒนาเอเชีย-แปซิฟิกที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคไปด้วยกัน สำหรับโครงการฯที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมครั้งนี้ ผู้เชิญคือสำนักข่าวซินหัวได้จัดให้ไปเยี่ยมชมการพัฒนาที่ก้าวหน้าที่สุดในนครกว่างโจว และเซินเจิ้น

เซินเจิ้นเปลี่ยนไปมากอย่างไม่น่าเชื่อจากเมื่อราวสิบกว่าปีก่อนที่ผู้เขียนได้มาที่นี่  เซินเจิ้น ณ วันนี้ ได้เปลี่ยนไปมีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการค้าและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นเป็นศูนย์รวมของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่เป็นสัญชาติจีน อาทิ บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ เทนเซนต์ (Tencent) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าบีวายดี (BYD) บริษัท สมาร์ตโฟน อ็อปโป (Oppo) หัวเหวย (Huawei) ตลอดจนสถาบันส่งเสริมสตจาร์อัพด้านเทคโนโลยี (Shenzhen InnoX)

สำหรับรายงานชิ้นนี้ ขอเล่าตำนานการพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างเซินเจิ้นผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในเมืองเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลก

ห้องจัดแสดงประวัติการพัฒนารถยนต์ที่สำนักงานใหญ่บีวายดี เมืองเซินเจิ้น ซึ่งแบ่งช่วยการพัฒนาจากปีก่อตั้ง 1994 -2003, 2004-2019 และช่วงล่าวสุดจากปี 2020 ถึงปัจจุบัน ภาพเล็ก: รถยนต์ BYD Dolphin 2025 (ภาพ MGR Platform)
เซินเจิ้นกับการปฏิรูปเศรษฐกิจแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

เมื่อ 48 ปีที่แล้ว “เซินเจิ้น เมืองชายแดนทางภาคใต้ติดทะเล ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่แร้นแค้น

จนกระทั่งจีนภายใต้การนำของผู้นำเติ้งเสี่ยวผิงดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ

ในเดือนกรกฎาคม ปี 1978 (พ.ศ. 2521) สี จ้งซวิน เลขาธิการพรรคประจำมณฑลกว่างตง (1978-80) ได้เดินทางมาที่อำเภอเป่าอัน หรือเซินเจิ้นในปัจจุบัน เพื่อสำรวจและศึกษาพื้นที่ จางฮั่นชิง ผู้ช่วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หนันฟางเดลี ผู้ติดตามคณะสำรวจฯ เล่าสภาพเป่าอันในเวลานั้นว่า “ใบไม้เขียวตลอดทั้งปี แต่ไม่มีอะไรจะกิน อยู่ริมฝั่งแม่น้ำติดทะเล แต่ไม่มีปลาจะกิน, ฝั่งโน้น (ฮ่องกง) กลับเจริญรุ่งเรืองมาก ดูสภาพของฝั่งเราซิ! มองไปทางไหนเห็นแต่ที่รกร้างวังเวง ไร้ผู้ ท่านเลขาธิการ สี (จ้งซวิน) เห็นสภาพเช่นนี้สุดจะรับได้” จากนั้น สี จ้งซวินได้ระดมสมอง ศึกษาบุกเบิกเขตเศรษฐกิจและมีบทบาทสำคัญในการสร้างเซินเจิ้น

“เป่าอันกับฮ่องกงมีเพียงแม่น้ำกั้น แต่แตกต่างกันลิบลิ่ว ตอนนั้นมีคำพูดสี่ประโยคว่า “คนหนุ่มสาวหนีออกไปหมด ที่ดินถูกทิ้งรกร้าง เจ้าหน้าที่ท้องที่ต้องเผชิญปัญหาสาหัส คนแก่มีแต่ความทุกข์และโดดเดี่ยว... หมู่บ้านหลัวฟางในฝั่งเซินเจิ้น มีรายได้ต่อหัวต่อปี เท่ากับ 134 หยวน ขณะที่ “โลกใหม่แห่งหมู่บ้านหลัวฟาง” (ฮ่องกง) มีรายได้ต่อหัวต่อปี เท่ากับ 13,000 เหรียญฮ่องกง”

หุ่นยนต์ที่สถาบันส่งเสริมบริษัทสตาร์อัพด้านเทคโนโลยี Shenzhen Innox (ภาพ MGR Platform)
ปี 1979 สี จ้งซวิน เสนอร่างแผนการใช้รูปแบบการพัฒนาแบบสากลในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจการค้าเซินเจิ้น จูไห่ และซั่นโถว และได้รับการเห็นชอบจากเติ้งเสี่ยวผิง ทว่า เมื่อพูดถึงงบประมาณในการบุกเบิกฯ เติ้งเสี่ยวผิงตอบสี จ้งซวิน ว่า “รัฐบาลไม่มีเงิน สามารถให้ได้แต่นโยบาย พวกคุณไปทำ..ไปหาหนทางบุกเบิกกันเอาเอง”

ต่อมา ในปี 1980 สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนได้อนุมัติการจัดตั้งเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของประเทศ

หลังจากนั้น เซินเจิ้นก็ทะยานขึ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว และเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างมหัศจรรย์เศรษฐกิจจีนอันลือลั่นของโลก ช่วงสามสิบปีแรกของการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศจีน เซินเจิ้น มีอัตราเติบโตเศรษฐกิจ ถึง 25.8 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับอัตราเติบโตเศรษฐกิจของทั้งประเทศที่ร้อยละ 9.8

เซินเจิ้นเมื่อ 48 ปีที่แล้ว กับเซินเจิ้นในวันนี้มาไกลขนาดไหน ขอยกดัชนีเศรษฐกิจหลักๆในอดีตและปัจจุบันมาเปรียบเทียบกัน : ปี 1980 จีดีพีเซินเจิ้น เท่ากับ 270 ล้านหยวน (180 ล้านเหรียญสหรัฐ) มีประชากรราว 30,000 คน และพื้นที่เขตเศรษฐกิจมีขนาดเพียง 396 ตารางกิโลเมตร

ปัจจุบัน ข้อมูลสถิติปี 2025 ระบุ จีพีเซินเจิ้นมีขนาด 3.873 ล้านล้านหยวน (557,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งนับเป็นเมืองในจีนที่มีจีดีพีสูงเป็นอันดับที่สาม มีประชากร 17.5 ล้านคน และพื้นที่เศรษฐกิจขยายถึง 1,953 ตารางกิโลเมตร

ณ ปัจจุบัน เซินเจิ้นกลายเป็นฮับการค้าและเทคโนโลยีระดับโลก ศูนย์รวมของบริษัทยักษ์ไอทีรายใหญ่ระดับโลกที่เป็นสัญชาติจีน แหล่งส่งเสริมบริษัทสตาร์อัพด้านเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นเขตทดลองเศรษฐกิจใหม่ล้ำสมัยอย่างเช่นอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำโดยเป็นศูนย์รวมการพัฒนาโดรนขนส่งและบริการ และอากาศยานไฟฟ้า(eVTOL)

อากาศยานไฟฟ้า (eVTOL) ที่บินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งโดยไม่ต้องใช้รันเวย์ พัฒนาโดยบริษัท Shenzhen Yingwu Intelligent Technology Co (ภาพ MGR Platform)
ภายในเซินเจิ้นทั้งเมือง มีกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงกว่า 25,000 ราย เมื่อคิดเฉลี่ยจำนวนบริษัทต่อพื้นที่ทุกหนึ่งตารางกิโลเมตร เท่ากับ 12 ราย โดยเฉพาะที่ย่านถนนเย่ว์ไห่ในเขตหนันซันที่มีพื้นที่ราว 22.99 ตารางกิโลเมตร ในแต่ละตารางกิโลเมตรของที่นี่ มีบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงระดับชาติ เฉลี่ย 90 ราย อีกทั้งธุรกิจสตาร์ทอัพเทคขนาดกลางและย่อมนับพันๆราย จนได้ฉายาเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเมืองจีน”

การพัฒนาเซินเจิ้นปัจจุบันอยู่ภายใต้แนวทางใหม่ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ GBA ที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2565
ระหว่างการชมการพัฒนาเจ้าหน้าที่จีนกล่าวว่า “เมืองจีนจะพลิกโฉมการพัฒนาใหม่ๆทุก 5 ปี ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะเวลา 5 ปี ซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่แผนพัฒนาฉบับที่ 15”

จีดีพีเซินเจิ้น(ซึ่งมีฐานะเป็นหน่วยการปกครองระดับจังหวัด) มีขนาดใหญ่ไหน?... เกือบเท่ากับไทยทั้งประเทศ! ข้อมูล ณ สิ้นปี 2025 ระบุว่า จีดีพีเซินเจิ้น เท่ากับประมาณ 557 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนจีดีพีประเทศไทย อยู่ที่ 577 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ในด้านการพัฒนาบ้านเมือง... ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่า พญามังกร ก็คือ พญามังกร ที่ไม่เคยหลับในโลกของการพัฒนาบ้านเมืองของตัวเอง.