ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เข้าร่วมโครงการเยี่ยมชมการพัฒนาเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง ฮ่องกง และมาเก๊า (Greater Bay Area หรือ GBA) การพัฒนาเขตเศรษฐกิจในมณฑลกว่างตง ถือเป็นแนวทางการพัฒนาใหม่ของจีนที่มุ่งเน้นคุณภาพสูง และในโอกาสที่เซินเจิ้นเป็นเจ้าภาพซิมมิตเอเปคในเดือนพ.ย.ที่จะถึงนี้ จีนได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาความทันสมัยในประเทศให้เป็นแบบอย่างการพัฒนาเอเชีย-แปซิฟิกที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคไปด้วยกัน สำหรับโครงการฯที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมครั้งนี้ ผู้เชิญคือสำนักข่าวซินหัวได้จัดให้ไปเยี่ยมชมการพัฒนาที่ก้าวหน้าที่สุดในนครกว่างโจว และเซินเจิ้น
เซินเจิ้นเปลี่ยนไปมากอย่างไม่น่าเชื่อจากเมื่อราวสิบกว่าปีก่อนที่ผู้เขียนได้มาที่นี่ เซินเจิ้น ณ วันนี้ ได้เปลี่ยนไปมีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการค้าและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นเป็นศูนย์รวมของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่เป็นสัญชาติจีน อาทิ บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ เทนเซนต์ (Tencent) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าบีวายดี (BYD) บริษัท สมาร์ตโฟน อ็อปโป (Oppo) หัวเหวย (Huawei) ตลอดจนสถาบันส่งเสริมสตจาร์อัพด้านเทคโนโลยี (Shenzhen InnoX)
สำหรับรายงานชิ้นนี้ ขอเล่าตำนานการพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างเซินเจิ้นผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในเมืองเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลก
เซินเจิ้นกับการปฏิรูปเศรษฐกิจแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน
เมื่อ 48 ปีที่แล้ว “เซินเจิ้น เมืองชายแดนทางภาคใต้ติดทะเล ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่แร้นแค้น
จนกระทั่งจีนภายใต้การนำของผู้นำเติ้งเสี่ยวผิงดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ
ในเดือนกรกฎาคม ปี 1978 (พ.ศ. 2521) สี จ้งซวิน เลขาธิการพรรคประจำมณฑลกว่างตง (1978-80) ได้เดินทางมาที่อำเภอเป่าอัน หรือเซินเจิ้นในปัจจุบัน เพื่อสำรวจและศึกษาพื้นที่ จางฮั่นชิง ผู้ช่วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หนันฟางเดลี ผู้ติดตามคณะสำรวจฯ เล่าสภาพเป่าอันในเวลานั้นว่า “ใบไม้เขียวตลอดทั้งปี แต่ไม่มีอะไรจะกิน อยู่ริมฝั่งแม่น้ำติดทะเล แต่ไม่มีปลาจะกิน, ฝั่งโน้น (ฮ่องกง) กลับเจริญรุ่งเรืองมาก ดูสภาพของฝั่งเราซิ! มองไปทางไหนเห็นแต่ที่รกร้างวังเวง ไร้ผู้ ท่านเลขาธิการ สี (จ้งซวิน) เห็นสภาพเช่นนี้สุดจะรับได้” จากนั้น สี จ้งซวินได้ระดมสมอง ศึกษาบุกเบิกเขตเศรษฐกิจและมีบทบาทสำคัญในการสร้างเซินเจิ้น
“เป่าอันกับฮ่องกงมีเพียงแม่น้ำกั้น แต่แตกต่างกันลิบลิ่ว ตอนนั้นมีคำพูดสี่ประโยคว่า “คนหนุ่มสาวหนีออกไปหมด ที่ดินถูกทิ้งรกร้าง เจ้าหน้าที่ท้องที่ต้องเผชิญปัญหาสาหัส คนแก่มีแต่ความทุกข์และโดดเดี่ยว... หมู่บ้านหลัวฟางในฝั่งเซินเจิ้น มีรายได้ต่อหัวต่อปี เท่ากับ 134 หยวน ขณะที่ “โลกใหม่แห่งหมู่บ้านหลัวฟาง” (ฮ่องกง) มีรายได้ต่อหัวต่อปี เท่ากับ 13,000 เหรียญฮ่องกง”
ปี 1979 สี จ้งซวิน เสนอร่างแผนการใช้รูปแบบการพัฒนาแบบสากลในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจการค้าเซินเจิ้น จูไห่ และซั่นโถว และได้รับการเห็นชอบจากเติ้งเสี่ยวผิง ทว่า เมื่อพูดถึงงบประมาณในการบุกเบิกฯ เติ้งเสี่ยวผิงตอบสี จ้งซวิน ว่า “รัฐบาลไม่มีเงิน สามารถให้ได้แต่นโยบาย พวกคุณไปทำ..ไปหาหนทางบุกเบิกกันเอาเอง”
ต่อมา ในปี 1980 สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนได้อนุมัติการจัดตั้งเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของประเทศ
หลังจากนั้น เซินเจิ้นก็ทะยานขึ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว และเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างมหัศจรรย์เศรษฐกิจจีนอันลือลั่นของโลก ช่วงสามสิบปีแรกของการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศจีน เซินเจิ้น มีอัตราเติบโตเศรษฐกิจ ถึง 25.8 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับอัตราเติบโตเศรษฐกิจของทั้งประเทศที่ร้อยละ 9.8
เซินเจิ้นเมื่อ 48 ปีที่แล้ว กับเซินเจิ้นในวันนี้มาไกลขนาดไหน ขอยกดัชนีเศรษฐกิจหลักๆในอดีตและปัจจุบันมาเปรียบเทียบกัน : ปี 1980 จีดีพีเซินเจิ้น เท่ากับ 270 ล้านหยวน (180 ล้านเหรียญสหรัฐ) มีประชากรราว 30,000 คน และพื้นที่เขตเศรษฐกิจมีขนาดเพียง 396 ตารางกิโลเมตร
ปัจจุบัน ข้อมูลสถิติปี 2025 ระบุ จีพีเซินเจิ้นมีขนาด 3.873 ล้านล้านหยวน (557,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งนับเป็นเมืองในจีนที่มีจีดีพีสูงเป็นอันดับที่สาม มีประชากร 17.5 ล้านคน และพื้นที่เศรษฐกิจขยายถึง 1,953 ตารางกิโลเมตร
ณ ปัจจุบัน เซินเจิ้นกลายเป็นฮับการค้าและเทคโนโลยีระดับโลก ศูนย์รวมของบริษัทยักษ์ไอทีรายใหญ่ระดับโลกที่เป็นสัญชาติจีน แหล่งส่งเสริมบริษัทสตาร์อัพด้านเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นเขตทดลองเศรษฐกิจใหม่ล้ำสมัยอย่างเช่นอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำโดยเป็นศูนย์รวมการพัฒนาโดรนขนส่งและบริการ และอากาศยานไฟฟ้า(eVTOL)
ภายในเซินเจิ้นทั้งเมือง มีกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงกว่า 25,000 ราย เมื่อคิดเฉลี่ยจำนวนบริษัทต่อพื้นที่ทุกหนึ่งตารางกิโลเมตร เท่ากับ 12 ราย โดยเฉพาะที่ย่านถนนเย่ว์ไห่ในเขตหนันซันที่มีพื้นที่ราว 22.99 ตารางกิโลเมตร ในแต่ละตารางกิโลเมตรของที่นี่ มีบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงระดับชาติ เฉลี่ย 90 ราย อีกทั้งธุรกิจสตาร์ทอัพเทคขนาดกลางและย่อมนับพันๆราย จนได้ฉายาเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเมืองจีน”
การพัฒนาเซินเจิ้นปัจจุบันอยู่ภายใต้แนวทางใหม่ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ GBA ที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2565
ระหว่างการชมการพัฒนาเจ้าหน้าที่จีนกล่าวว่า “เมืองจีนจะพลิกโฉมการพัฒนาใหม่ๆทุก 5 ปี ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะเวลา 5 ปี ซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่แผนพัฒนาฉบับที่ 15”
จีดีพีเซินเจิ้น(ซึ่งมีฐานะเป็นหน่วยการปกครองระดับจังหวัด) มีขนาดใหญ่ไหน?... เกือบเท่ากับไทยทั้งประเทศ! ข้อมูล ณ สิ้นปี 2025 ระบุว่า จีดีพีเซินเจิ้น เท่ากับประมาณ 557 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนจีดีพีประเทศไทย อยู่ที่ 577 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ในด้านการพัฒนาบ้านเมือง... ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่า พญามังกร ก็คือ พญามังกร ที่ไม่เคยหลับในโลกของการพัฒนาบ้านเมืองของตัวเอง.


