กระแสความวิตกกังวลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศจีนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังจาก 3 ผู้ผลิตรถยนต์รายงานยอดขายประจำเดือนกรกฎาคมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าตลาดกำลังจะเข้าสู่สงครามลดราคาอันดุเดือดอีกครั้ง
เสี่ยวเผิง (Xpeng) นีโอ (Nio) และหลีเสียง (Li Auto) ต่างรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน โดยเสี่ยวเผิงส่งมอบรถยนต์ได้ 38,027 คันในเดือนกรกฎาคม ลดลงร้อยละ 5.2 จากเดือนมิถุนายน ยุติสถิติยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 4 เดือนลง ขณะที่นีโอยอดส่งมอบลดลงร้อยละ 11.5 อยู่ที่ 35,934 คัน หลังเติบโตติดต่อกันในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ส่วนหลีเสียงรายงานยอดขายลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยยอดส่งมอบลดลงร้อยละ 1.4 เหลือเพียง 30,468 คัน
สำหรับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่นๆ แม้จะมียอดขายเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ตัวเลขส่งมอบยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 อย่างมาก โดยบีวายดี (BYD) ค่ายรถ EV รายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานยอดขายภายในประเทศเดือนกรกฎาคมที่ 239,370 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 จากเดือนมิถุนายน แต่ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2568 ขณะที่จีลี่ (Geely) ส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าในจีนได้ 143,498 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากเดือนมิถุนายน แต่ลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 29.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่า เสี่ยวเผิง นีโอ และหลี่เซียง ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของเทสลา (Tesla) ในจีน มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษเนื่องจากพึ่งพาตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ต่างจากบีวายดีและจีลี่ที่สามารถชดเชยยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวด้วยการเร่งส่งออกและการขยายเครือข่ายการค้าไปทั่วโลก
ด้านสตีฟ สื่อ (Steve Shi) ผู้บริหารจากจูเฉิน ออโต้ เทรด (Juchen Auto Trade) ระบุว่า ตัวเลขส่งมอบเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้ามูลค่าสูง และกำลังเฝ้ารอโปรโมชันส่วนลดก้อนโตจากค่ายรถต่างๆ
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) เผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดส่งมอบรถ EV ในจีนแผ่นดินใหญ่ดิ่งลงร้อยละ 14 เหลือ 4.7 ล้านคัน สอดคล้องกับการที่รัฐบาลจีนเริ่มลดหย่อนเงินอุดหนุน และมาตรการจูงใจทางภาษี ประกอบกับเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวเพียงร้อยละ 4.3 ซึ่งเป็นการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่สิ้นปี 2565
อลิกซ์พาร์ทเนอร์ส (AlixPartners) บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ประเมินว่ายอดส่งมอบรถยนต์ในจีนจะลดลงร้อยละ 10 ในปีนี้ เหลือ 24.6 ล้านคัน และคาดว่าตลาดจะเผชิญสงครามราคาที่รุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออัตรากำไรของผู้ผลิตรถยนต์ โดย เฉิน ซื่อฮัว (Chen Shihua) รองเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีนเปิดเผยว่า รถยนต์ราคา 100,000 หยวน (ประมาณ 490,000 บาท) มีกำไรสุทธิเฉลี่ยเพียง 1,500 หยวน (ประมาณ 7,350 บาท) หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเพียงร้อยละ 1.5 เท่านั้น ลดลงอย่างรุนแรงจากอัตรากำไรเฉลี่ยร้อยละ 3.4 ในเดือนพฤษภาคม
ที่มา: South China Morning Post


