xs
xsm
sm
md
lg

จีนสร้างประวัติศาสตร์ ขุดอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงลอดใต้แม่น้ำแยงซีเกียงสำเร็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จีนประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการขุดผ่านเส้นทางใต้แม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งถือเป็นสถิติการขุดอุโมงค์ใต้น้ำแบบต่อเนื่องที่ยาวที่สุดโดยใช้หัวเจาะขนาด 15 เมตร 


โครงการอุโมงค์แม่น้ำแยงซีเกียงฉงไท่ (Chongtai Yangtze River Tunnel) มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 โดยจะเชื่อมต่อเกาะฉงหมิง ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของจีน ในนครเซี่ยงไฮ้ เข้ากับเมืองไท่ฉาง ในมณฑลเจียงซู ทำให้เกาะช่งหมิงมีบริการรถไฟความเร็วสูงเข้าถึงเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หัวเจาะอุโมงค์ที่มีชื่อว่า "หลิงหาง" (Linghang) ได้ขุดเจาะเส้นทางใต้น้ำเป็นระยะทางยาวถึง 11.3 กิโลเมตร โดยกระบวนการทำงานต้องอาศัยความแม่นยำทางเทคโนโลยีขั้นสูงระดับมิลลิเมตร เพื่อรองรับรถไฟที่จะวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ที่นี่กลายเป็นอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงใต้น้ำที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกเมื่อเปิดใช้งาน

บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ทันเนล กรุ๊ป (China Railway Tunnel Group) รัฐวิสาหกิจผู้รับผิดชอบโครงการ เปิดเผยว่า การเดินทางข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงผ่านอุโมงค์แห่งนี้จะใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น ตัวอุโมงค์ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้พื้นน้ำถึง 89 เมตร และได้รับการออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงดันน้ำมหาศาล รวมถึงความเสี่ยงจากการทรุดตัวของชั้นดิน

หวัง อี้ รองผู้จัดการโครงการจาก ไชน่า เรลเวย์ ทันเนล กรุ๊ป กล่าวว่า เนื่องจากโครงการนี้ออกแบบไว้ให้รองรับความเร็ว 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยระหว่างการขุดเจาะอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสบายในการเดินทางได้ จึงต้องควบคุมความแม่นยำของหัวเจาะในระดับมิลลิเมตร ความสำเร็จของหัวเจาะหลิงหางในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าจีนได้ครอบครองเทคโนโลยีหลักในการสร้างอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงใต้น้ำแล้ว และจะเป็นต้นแบบโซลูชันที่สามารถนำไปปรับใช้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในอนาคตได้

สำหรับโครงการอุโมงค์ฉงไท่ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมกว่า 7,100 ล้านหยวน (ประมาณ 35,500 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-ฉงชิ่ง-เฉิงตู ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงกลุ่มเมืองใหญ่ระหว่างชายฝั่งทะเลและพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายสมบูรณ์นี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมกว่า 530,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2.65 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เส้นทางนี้จะกลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจความยาวประมาณ 2,000 กิโลเมตร ที่เชื่อมโยงกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงมากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศ และครอบคลุมห้องปฏิบัติการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐถึงร้อยละ 40

ที่มา: South China Morning Post