xs
xsm
sm
md
lg

3 สายการบินชั้นนำของจีนอ่วม ! คาดการณ์ขาดทุนสูงในครึ่งปีแรก ผู้โดยสารช่วงท่องเที่ยวหน้าร้อนอาจหดหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เครื่องบินของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นกำลังเคลื่อนตัวไปตามทางวิ่งที่สนามบินซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพ : รอยเตอร์
แอร์ไชน่า ไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ และไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เปิดเผยการคาดการณ์เมื่อวันอังคาร ( 14 ก.ค. ) ว่า อาจขาดทุนสุทธิรวมกันในครึ่งปีแรกสูงถึง 9 พันล้านหยวน (1,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนั้น สายการบินรายใหญ่ที่สุดของจีนทั้งสามยังเผชิญแนวโน้มจำนวนผู้โดยสารลดลงในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวอีกด้วย

สายการบินแอร์ไชน่าระบุในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นได้ "บีบ" อัตรากำไรของสายการบินอย่างมาก


สายการบินจีนมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านมากกว่าคู่แข่งในเอเชียหลายราย เนื่องจากสายการบินจีนไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงมากนัก โดยถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินจะลดลงจากจุดสูงสุดในไตรมาสที่สอง แต่ก็ยังคงสูงกว่าระดับก่อนสงครามประมาณ 50%


โดยปกติแล้วไตรมาสที่สามจะเป็นไตรมาสที่ทำกำไรได้มากที่สุดสำหรับสายการบินจีน แต่บริษัทข้อมูลด้านการบิน Flight Master คาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารของสายการบินจีนทั้งในเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศจะลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหลือ 142 ล้านคนในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งจะเป็นการหดตัวในช่วงคึกคักที่สุดของการท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565


การคาดการณ์ขาดทุนของสามสายการบินดังกล่าวถือเป็นการพลิกผันอย่างมากจากที่เคยทำกำไรในไตรมาสแรก ซึ่งได้แรงหนุนจากต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งของผู้โดยสารเครื่องบินในช่วงเทศกาลตรุษจีน


นอกจากนั้น ยังเป็นการตอกย้ำภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่สายการบินจีนกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือจะขึ้นราคาค่าโดยสารดีหรือไม่ เพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น หากขึ้นราคาก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ความต้องการโดยสารเครื่องบินลดลงไปอีก แต่หากยังคงตรึงราคาตั๋วไว้ในระดับต่ำ สายการบินก็จะเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเสียเอง


นักวิเคราะห์ของ HSBC ชี้ว่า การขึ้นราคาค่าโดยสารเครื่องบินแต่ละครั้งมีความเสี่ยงที่จะทำให้ความต้องการใช้บริการลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้สึกว่าตนเอง "จนลง" จึงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่าย และหันมาใช้รถไฟความเร็วสูงสำหรับการเดินทางระยะสั้นมากขึ้น

นอกจากนั้น นักวิเคราะห์ของ HSBC ยังคาดการณ์ผลขาดทุนรวมกันของสายการบินใหญ่ทั้งสามอยู่ที่ประมาณ 16,800 ล้านหยวนในปี 2569 ขณะที่ตลาดคาดการณ์ในปัจจุบันว่าสายการบินทั้งสามจะมีกำไรรวมกัน 1,300 ล้านหยวน


ที่มา : รอยเตอร์