ไต้หวันเริ่มส่งออกมะม่วงคุณภาพระดับพรีเมียมไปยังตลาดยุโรปเป็นครั้งแรกตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยส่งไปที่ฝรั่งเศสและอังกฤษ เกษตรกรผู้ปลูกและบริษัทผู้ส่งออกมั่นใจว่า จะสามารถแข่งขันกับผู้ส่งออกเจ้าอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน
ปัจจุบัน ยุโรปนำเข้ามะม่วงจากหลายประเทศ เช่น อินเดียและปากีสถาน อย่างไรก็ตาม นายเดวิด เฉิน ซีอีโอของบริษัทส่งออกผลไม้เนเชอรัลเฮาส์ไต้หวัน ( Natural House Taiwan) กล่าวระหว่างคุมคนงานคัดแยกมะม่วงที่โรงงานบรรจุผลไม้ในเมืองไท่จงว่า มะม่วงไต้หวันมีรสชาติยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร ซึ่งจะช่วยให้ก้าวข้ามปัญหาเรื่องราคามะม่วงส่งออก ที่แพงขึ้นอย่างมากในปีนี้ไปได้
มะม่วงที่ปลูกบนเกาะไต้หวันนั้น ครองใจเหล่าผู้ชื่นชอบรับประทานผลไม้มาอย่างยาวนาน ด้วยรสชาติอร่อย เนื้ออวบอิ่ม ฉ่ำน้ำ และหอมกรุ่น โดยมะม่วงพันธุ์เออร์วินและมะม่วงพันธุ์ซัมเมอร์สโนว์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ มะม่วงเกาสงเบอร์ 3 ซึ่งผลสีส้มอมแดง สร้างชื่อเสียงให้กับไต้หวันมากที่สุด
ไต้หวันนำเข้ามะม่วงพันธุ์เออร์วิน ซึ่งมีรสชาติหวานกว่ามะม่วงที่ปลูกอยู่เดิมจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาในช่วงทศวรรษ 1960 ส่วนซัมเมอร์สโนว์เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่ไต้หวันวิจัยและพัฒนา
เมื่อปีที่แล้วไต้หวันผลิตมะม่วงได้มากกว่า 100,000 ตัน แต่ส่งออกเพียงส่วนน้อย โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปยังญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้
นายโหย่ว ซัง-ฝู เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงซัมเมอร์สโนว์มานาน 15 ปีแล้วในอำเภอไท่ตงทางภาคตะวันออก
ปีนี้เขาได้ทดลองจัดส่งมะม่วง 5 กล่องไปยังยุโรป โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป (อียู) เช่น ข้อกำหนดเกี่ยวกับสารตกค้างของยาฆ่าแมลง
"ในแง่ของการคัดเลือกผลไม้ และการจัดการแปลงปลูก อียูมีความเข้มงวดมากกว่าตลาดภายในประเทศ" เขาระบุ
ความขัดแย้งทางการเมืองกับจีนมีส่วนทำให้รัฐบาลไต้หวันสนับสนุนให้เกษตรกรขยายตลาดส่งออกผลไม้ โดยจีนห้ามนำเข้าผลไม้จากไต้หวัน ได้แก่สับปะรด น้อยหน่า ชมพู่ และมะม่วง เนื่องจากเหตุผลด้านสุขอนามัยพืช
นายโหย่วเชื่อมั่นว่าชาวยุโรปจะชื่นชอบมะม่วงของไต้หวัน
"มะม่วงที่ดีที่สุดในไต้หวันคือมะม่วงหิมะ มะม่วงหิมะเปรียบประดุจหลุยส์วิตตองแห่งโลกมะม่วง" เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ที่มา : รอยเตอร์


