1“ เป็นไปไม่ได้สำหรับคนจีน” : นักวิทยาศาสตร เลือดมังกรโบกมือลาเยล
จาง ไค นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ผู้กำลังบุกเบิกการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มโครงสร้างเซลล์ ซึ่งเป็นคลังข้อมูลขนาดมหึมาและมีความแม่นยำสูง
เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยเยลเมื่อวันที่ 12 มกราคม และเข้าทำงานในคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ ของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (USTC) ในเมืองเหอเฟย มณฑลอันฮุย
“ในสหรัฐอเมริกานั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่นักวิชาการชาวจีนจะได้เป็นหัวหน้าโครงการนี้ ” จางให้สัมภาษณ์กับ ไชน่า ไซเอนซ์ เดลี (China Science Daily)
2 นักวิทยาศาสตร์ด้านพลังงานลาออกจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เพื่อสร้างห้องปฏิบัติการของตนเองในฮ่องกง
เฉิน เพ่ยเพ่ย นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ย้ายจากตำแหน่งผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์มาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ซึ่งได้รับการสนับสนุนพิเศษจากอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยซิตี้แห่งฮ่องกงเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยทำงานในคณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเธอสามารถเข้าถึงงบประมาณการวิจัยและโควตาการรับสมัครนักศึกษาปริญญาเอกที่จำเป็นต่อการสร้างทีมวิจัย ซึ่งเป็นโอกาสที่เธอกล่าวว่ากำลังหายากขึ้นทุกทีในอังกฤษ
“ในอังกฤษตำแหน่งอาจารย์มักไม่ค่อยมีเงินทุนเริ่มต้นสำหรับการวิจัย อาจารย์ใหม่ส่วนใหญ่ถูกคาดหวังให้สอน ทำให้มีเวลาพัฒนาการวิจัยของตนเองน้อยมาก” เธอกล่าว
3 นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลผละสหรัฐฯ สู่อ้อมอกมหาวิทยาลัยชิงหวา
ดร. โอมาร์ ยาห์กี วัย 61 ปีผู้ได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปีที่แล้ว ได้ลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เพื่อไปร่วมงานเต็มเวลาที่มหาวิทยาลัยชิงหวาของจีน โดยเป็นผู้นำศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่
ยาห์กี เป็นผู้ริเริ่มสาขาวิทยาศาสตร์แขนงใหม่ที่เรียกว่า AIMATRY (AI × Materials × Chemistry) ซึ่งมุ่งเน้นการนำเอไอมาใช้ในการออกแบบระดับโมเลกุลเพื่อช่วยให้สามารถค้นพบการออกแบบ และการสังเคราะห์วัสดุใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น เช่น โครงสร้างโลหะอินทรีย์ (MOFs) ที่สามารถดักจับคาร์บอนและเก็บเกี่ยวน้ำจากอากาศในทะเลทราย เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก
เขาย้ายมาทำงานในจีนท่ามกลางการสะดุดติดขัดอย่างต่อเนื่องของงบประมาณสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
4 นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนผู้ค้นหาหลุมดำย้ายจากสหรัฐฯ มาทำงานที่เซี่ยงไฮ้
ไต้ เหลียง นักฟิสิกส์ชาวจีน วัย 38 ปี ผู้ได้รับทุนวิจัยสโลน สาขาฟิสิกส์ในปี 2564 จากผลงานการค้นหาหลุมดำ ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และเพิ่งเข้ารับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้ โดยร่วมทำงานกับศูนย์ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
ทุนวิจัยสโลน(Sloan Research Fellowship) เป็นทุนที่สงวนไว้สำหรับ "นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่ฉลาดที่สุด" ในสหรัฐฯและแคนาดา
5. นักวิทยาศาสตร์ดาวรุ่งด้านชิปชาวจีนย้ายจาก MIT ไปมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
เจียง เจี้ยนเฟิง นักวิทยาศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ วัย 30 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 จากนั้นไปทำงานวิจัยหลังปริญญาเอกระยะสั้นที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในสหรัฐฯ แต่เขาลาออกจากเอ็มไอที กลับมาทำงานที่คณะอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยปักกิ่งในที่สุด ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ อาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอก และหัวหน้าโครงการวิจัย
6. นักประสาทชีววิทยาชื่อดังและอดีตกัปตันทีมเทควันโด ย้ายจากสหรัฐฯไปจีน
ฉือ-อิง ซู นักประสาทชีววิทยาผู้มีชื่อเสียง ชาวไต้หวัน ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเกี่ยวกับประสาทสัมผัสการดมกลิ่นโดยใช้แมลงวันผลไม้และยุง ได้ลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (UCSD) เพื่อไปร่วมงานกับสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์เซินเจิ้น (SMART) ในประเทศจีน ซูเป็นที่รู้จักในฐานะกัปตันทีมเทควันโดของมหาวิทยาลัยในอดีต
7. นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างแอปพลิเคชันระบุชนิดพันธุ์พืชบนโทรศัพท์มือถือ ย้ายจากสหรัฐฯไปจีน
หลิง ไห่ปิน นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง ผู้สร้างแอปพลิเคชันระบุชนิดพันธุ์พืชบนโทรศัพท์มือถือครั้งแรกของโลก ได้ลาออกจากตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านนวัตกรรมซึ่งได้ทุนสนับสนุนจากโครงการEmpire Innovation ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก วิทยาเขตสโตนีบรุ๊ค เพื่อไปทำงานเต็มเวลาที่มหาวิทยาลัยเวสต์เลก ในเมืองหางโจว ทางตะวันออกของประเทศจีน
8 นักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์วิชั่นชั้นนำของอเมริกาเหนือ กลับสู่ประเทศจีนบ้านเกิด
เมื่อยี่สิบปีก่อน ขณะทำงานให้กับไมโครซอฟต์ เหลียง เจี๋ย นักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์วิชั่นชาวจีนชื่อดังได้พัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Windows Media Video Player และแผ่นบลูเรย์ ซึ่งมีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก
เหลียงกลับมาจีนเพื่อร่วมงานกับสถาบันเทคโนโลยีตะวันออก หนิงโป (EIT) ในตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์
9. ผู้เชี่ยวชาญด้านชิปหน่วยความจำทิ้งสหรัฐฯ มางานที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในจีน
ศาสตราจารย์ สือ กั๋วจวิ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านชิปหน่วยความจำและบรรจุภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ (UCI) เมื่อเดือนมีนาคม 2569หลังจากทำงานมานานกว่า 20 ปี เพื่อร่วมงานกับบริษัท DK Electronic Materials ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัสดุตัวนำไฟฟ้าของจีน
10. ผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกอำลาอังกฤษกลับจีน
จู จื่อเฉียง หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกด้านวิศวกรรมมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางกลับจีนเพื่อเข้ารับตำแหน่งเต็มเวลาที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค หลังจากประกอบอาชีพการงานในอังกฤษมานาน38 ปี
ที่มา : SCMP


