โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล
ในบทความนี้ผู้เขียนขอเกาะกระแสในประเด็นจีนที่เกี่ยวข้องกับไทยสักหน่อย หลายท่านที่ติดตามข่าวคราวอาจจะพอทราบว่าขณะนี้ประเทศไทยพบแรงงานผิดกฎหมายที่เป็นชาวจีนจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเกือบ 1-2 ปีก่อนแรงงานผิดกฎหมายชาวจีนที่โดนจับและเป็นข่าวใหญ่โตดูเหมือนไม่มีจำนวนมากขนาดนี้ อันดับแรกต้องยอมรับว่าเนื่องด้วยนโยบายฟรีวีซ่าระหว่างไทยกับจีน ทำให้ชาวจีนเข้ามาประเทศไทยได้ง่ายยิ่งขึ้นและแทบไม่มีการคัดกรองที่เข้มงวด อีกทั้งยังมีกระแสข่าวการให้ความสะดวกแก่ชาวจีนที่เดินทางมาสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเข้าไทยแบบระดับวีไอพี (รวดเร็วและปลอดการตรวจสอบ)
มีสื่อจีนรายหนึ่งระบุว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทยแน่นแฟ้นมากขึ้น นโยบายฟรีวีซ่ากลายเป็นตัวกระตุ้นให้ชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปไทย (ไม่ใช่เพื่อท่องเที่ยว) ขณะที่ตลาดงานในไทยมีความต้องการบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงดึงดูดผู้แสวงหาโอกาสชาวจีนทั้งคนหนุ่มสาวและผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ คนกลุ่มนี้เหมือนได้รับโอกาสหนีจากสภาพการแข่งขันรุนแรงภายในประเทศจีน และย้ายไปประเทศไทยที่การแข่งขันน้อยกว่า
สังคมไทยมีจังหวะการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างช้ากว่า วัฒนธรรมการทำงานส่วนใหญ่เลิกงานตามเวลา พนักงานชาวไทยโดยส่วนมากไม่ทำงานล่วงเวลาหากไม่มีความจำเป็น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเวลาทำงานกับชีวิตส่วนตัวมีความชัดเจนกว่าที่จีน และหากเปรียบเทียบกับรายได้ในระดับเดียวกัน ผู้ที่ทำงานในไทยสามารถใช้ชีวิตด้วยค่าครองชีพที่ต่ำกว่า มีเวลาพักผ่อนมากกว่า หรือหากมีรายได้ต่อเดือนมากกว่าหนึ่งหมื่นหยวนหรือประมาณ 48,000 บาท ก็สามารถดำรงชีวิตในเมืองใหญ่ๆได้อย่างสะดวกสบาย สภาพการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องแข่งขันอย่างหนักจึงกลายเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนหนุ่มสาวชาวจีนจำนวนมากเลือกเดินทางมาแสวงหาโอกาสในไทย
ในประเทศไทย ปัจจุบันประชากรที่สามารถใช้ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่วมีเพียงประมาณ 1–2% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่บุคลากรที่สามารถใช้ทั้งภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย รวมถึงมีความรู้ความเข้าใจด้านธุรกิจทั้งของสองประเทศนั้นยิ่งหาได้ยาก ด้วยเหตุนี้ผู้หางานชาวจีนจึงมักมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดแรงงานของไทย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทำให้ตำแหน่งงานต่างๆ เช่น มัคคุเทศก์ภาษาจีน ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าชาวจีนของโรงแรม ผู้บริหารร้านอาหารจีนและเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าชาวจีน มีความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานของประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำประมาณ 1.1% มาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของไทยยังคงมีความต้องการแรงงานที่มากอยู่
หากมองเงินเดือนโดยรวมของชาวจีนที่ทำงานในประเทศไทย จะพบว่า รายได้ต่อเดือนของชาวจีนที่ทำงานในประเทศไทย โดยทั่วไปมักไม่เกิน 20,000 หยวนหรือเกือบๆ 1 แสนบาท ส่วนตำแหน่งที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 หยวนต่อเดือนหรือประมาณ 1.4 แสนบาทนั้นมีจำนวนไม่มาก และส่วนใหญ่จะเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจีนขนาดใหญ่เท่านั้น สำหรับตำแหน่งสายงานธุรการหรือทรัพยากรบุคคลระดับเริ่มต้น เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,000–7,600 หยวน หรือคิดเป็นประมาณ 20,000–38,000 บาท แม้เงินเดือนโดยตัวเลขจะต่ำกว่าเมืองใหญ่ในประเทศจีน แต่เมื่อคำนึงถึงค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำกว่าของไทยแล้ว คนทั่วไปก็ยังสามารถดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวจีนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจพำนักและทำงานในประเทศไทยต่อไป
บริษัทในประเทศจีนที่ลงทุนในไทยอย่างถูกต้องและปฏิบัติตามกฎหมายของไทยอย่างเคร่งครัดก็มีเช่นกัน บริษัทพวกนี้จะดำเนินการจัดทำวีซ่าทำงาน (Non-Immigrant Visa ประเภท B) และ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้แก่พนักงานจีนตามกฎหมาย แต่ต้องบอกว่าบริษัทจีนในไทยอีกส่วนหนึ่งโดยเฉพาะพวกรายย่อย บางครั้งไม่รอบคอบและอยากเร่งรัดขั้นตอนให้พนักงานเริ่มทำงานได้เร็วๆ ก็ใช้วิธีให้พนักงานเข้ามาแบบฟรีวีซ่าแอบทำงาน หรือไม่ก็ไปหาวิธีการทำวีซ่านักเรียนเพื่อให้ได้อยู่ในไทย โดยไม่ได้มีการเรียนจริงจัง
การที่ชาวจีนจำนวนหนึ่งเลือกเดินทางมาทำงานผิดกฎหมายในประเทศไทย มิได้เกิดจากปัจจัยเพียงประการเดียว แต่เป็นผลจากการผสมผสานของหลายปัจจัย ทั้งสภาพตลาดแรงงานภายในประเทศจีน ช่องว่างของตลาดแรงงานในประเทศไทย ความไม่สมดุลของข้อมูล รวมถึงความคิดแบบอยากลองไปเสี่ยงดวงของผู้หางานเอง
ผู้ใช้แรงงานที่มีทักษะไม่สูง หลายคนทำงานอยู่ในโรงงานหรือไซต์ก่อสร้างเป็นเวลานาน ต้องใช้แรงงานอย่างหนัก และต้องเผชิญกับการทำงานแบบแทบไม่มีวันหยุด เมื่อมองมาที่ประเทศไทยอาจจะเป็นทางออกในการหลีกหนีจากการแข่งขันอันรุนแรงภายในประเทศจีนของคนกลุ่มนี้ ด้วยเงื่อนไขพวกเขาไม่มีทั้งทักษะเฉพาะทางและเงินทุนมากพอที่จะเดินทางไปทำงานในประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศไทยจึงกลายเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับการ "ออกไปแสวงหาโอกาสในต่างประเทศ" ที่สำคัญคือมี “กลุ่มจีนอพยพใหม่” เข้ามาใช้ชีวิตในไทยอยู่เป็นจำนวนมาก
อีกทั้งนายจ้างจีนส่วนใหญ่ในไทยมักต้องการจ้างชาวจีนด้วยกันเอง เพราะคุ้นเคยกับตลาดจีนและสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่มีอุปสรรคทางภาษา จึงเกิดระบบการจ้างงานแบบปิดที่เรียกว่า "จีนจ้างจีน" จึงก่อให้เกิด “ตลาดแรงงานสีเทา” ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารจีน ศูนย์ไลฟ์สดขายสินค้า และงานด้านการท่องเที่ยวจำนวนมาก ผู้ว่าจ้างจีนไม่ต้องการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องให้กับพนักงาน จึงเลือกรับชาวจีนที่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือสิทธิยกเว้นวีซ่า (บางกลุ่มติดสินบนเจ้าหน้าที่ไทยทำให้กลุ่มคนจีนพวกนี้ทำงานอยู่ได้อย่างผ่านฉลุย)
มีกรณีหนึ่งที่ผู้เขียนประสบมาด้วยตัวเองคือ นักลงทุนรายย่อยจีนเข้ามาเปิดบริษัทในไทย ในทุกการจ้างแรงงานและผู้รับเหมาก่อสร้าง รับมาจากจีนโดยตรงทั้งสิ้นและให้เข้ามาแบบนักท่องเที่ยว นักลงทุนรายนี้ทราบว่าการนำแรงงานเข้ามาแบบนี้ผิดกฎหมายไทยแต่ยังเลือกกระทำ ผู้เขียนเคยถามถึงเหตุผลที่เอาแรงงานจีนแบบนี้ เขาบอกว่า เทียบกับหาแรงงานในไทยแล้ว ถือว่าคุ้มค่ากว่า เพราะแรงงานจีนทำงานได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเข้าใจระบบการทำงานมากกว่า ถึงแม้ว่าอาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่าแต่ประหยัดเวลาการทำงานการสื่อสารทำได้คล่องกว่ามาก โดยสรุปก็คือ เอาที่สะดวกและประโยชน์ของตนสูงสุด ไม่คำนึงปัจจัยอื่นๆ ถ้าเจอปัญหาหน้างานบ้างก็ยัดใต้โต๊ะ หลายครั้งก็สามารถผ่านได้
อีกทั้งการเดินทางมาทำงานผิดกฎหมายในประเทศไทยทำได้ง่ายมาก ในพื้นที่ที่มีชาวจีนอาศัยอยู่หนาแน่นในไทย การใช้ภาษาจีนเพียงอย่างเดียวก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง เห็นได้จากใน กรุงเทพฯและเชียงใหม่บางพื้นที่และเขตอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออก ขณะเดียวกัน ยังมีนายหน้าจีนให้บริการคนที่ต้องการเดินทางมาทำงานในไทยแบบ "ครบวงจร" (One-stop Service) ได้แก่ จองตั๋วเครื่องบิน, จัดหาที่พัก, ประสานงานกับนายจ้าง และจัดเตรียมสถานที่ทำงาน หลายคนซึ่งไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ เพียงเห็นข้อความโฆษณาบนออนไลน์จีน เช่น มีตั๋วเครื่องบินให้ฟรี มีที่พักฟรี หรือ มาถึงก็เริ่มงานได้ทันที ก็มีคนกล้าตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยทันที
ชาวจีนส่วนใหญ่ที่ทำงานผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่ได้คิดตั้งแต่แรกว่าตนเองจะประสบปัญหา พวกเขามักเห็นคลิปวิดีโอหรือบทความของบล็อกเกอร์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอภาพของการหาเงินได้ง่ายและการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย จึงเกิดความเชื่อว่า "ทุกคนก็ทำกันแบบนี้ คงไม่มีปัญหาอะไร" เพราะมองว่าการบังคับใช้กฎหมายของไทยไม่เข้มงวด มองว่าหากใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ และไม่สร้างปัญหา ก็จะไม่ถูกตรวจสอบ
แรงงานชาวจีนที่ทำงานผิดกฎหมายส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคบริการพื้นฐานหรือรับจ้างใช้แรงงานเป็นครั้งคราว รายได้ของคนกลุ่มนี้โดยทั่วไป ใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทย เช่น ผู้ช่วยในครัวร้านอาหารจีน, พนักงานขายที่ให้บริการลูกค้าภาษาจีน รายได้ต่อเดือนส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2,000–3,500 หยวนต่อเดือนหรือประมาณ 15,000 บาท มีแรงงานผิดกฎหมายเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีรายได้ค่อนข้างสูง เช่น ครูสอนภาษาจีนที่รับงานส่วนตัวที่ไม่มีใบอนุญาต , ล่ามอิสระที่รับงานธุรกิจจีน–ไทย หรือช่างเทคนิคก่อสร้างที่ทำงานโดยไม่มีเอกสารทางกฎหมาย บุคคลเหล่านี้อาจมีรายได้ประมาณ 6,000–10,000 หยวนต่อเดือนหรือประมาณ 28,000-48,000 บาท
ในกลุ่มชาวจีนที่ทำงานผิดกฎหมายในประเทศไทย ผู้ที่มีรายได้เกิน 10,000 หยวนต่อเดือนหรือประมาณ 48,000 บาท มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ส่วนใหญ่มีรายได้เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานในประเทศไทยเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานในตำแหน่งเดียวกันที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศจีน รายได้ของแรงงานผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยทั่วไปค่อนข้างต่ำกว่า และยังต้องแบกรับความเสี่ยงหลายด้านด้วย ดังนั้นหากพิจารณาในแง่ของ ความคุ้มค่าระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงแล้ว สำหรับคนจีนการเดินทางมาทำงานผิดกฎหมายในประเทศไทยถือว่า มีความคุ้มค่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ แต่คนส่วนหนึ่งก็ยังเลือกมาเพราะบางงานเช่นงานก่อสร้างไม่ได้จ้างระยะยาว ทำงานเสร็จไม่กี่เดือนก็กลับแต่ได้ค่าแรงสูงกว่า หรืออีกกลุ่มที่ต้องการออกมาอยู่ต่างประเทศและพยายามต้องการดิ้นรนหาหนทางให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่ในจีน


