ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อระบบการบริหารจัดการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรค พร้อมทั้งเรียกร้องให้สมาชิกยึดมั่นในระเบียบวินัยและมุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในสุนทรพจน์ครั้งสำคัญ ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง สี จิ้นผิง ได้ยกย่องพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าเป็นพรรครัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมี "อิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญในระดับโลก" และได้รับ "การสนับสนุนอย่างแท้จริงจากประชาชน" สะท้อนถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีต ผู้นำจีนเน้นย้ำว่าความสำเร็จของพรรคได้ปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาของโลก และกลายเป็นแบบอย่างใหม่ให้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ในการก้าวไปสู่ความทันสมัย
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ซึ่งมีรายงานดัชนีความขัดแย้งทางอาวุธระดับระหว่างประเทศพุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สอง สี จิ้นผิง ได้เตือนให้สมาชิกพรรคทุกคนตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทาย โดยระบุว่าจีนต้องพร้อมเผชิญกับ "ลมแรงและคลื่นที่ซัดสาด" ซึ่งเป็นวลีที่เขาใช้บ่อยครั้งเพื่ออธิบายถึงวิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อต้านทานแรงกดดันดังกล่าว พรรคจำเป็นต้องรักษาความบริสุทธิ์และขจัดปัจจัยที่บ่อนทำลายอย่างเด็ดขาด ผ่านการสานต่อแคมเปญต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด
“ณ ปัจจุบัน เส้นทางการพัฒนาจีน มีทั้งโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ” สี จิ้นผิง กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้เหล่าสหายร่วมแรงร่วมใจกันรับมือกับปัญหาภายในประเทศ และปัญหาระหว่างประเทศ”
ด้านกลุ่มนักวิเคราะห์ชี้ถึงโอกาสและความเสี่ยงต่างๆที่สีกล่าวถึงโดยไม่แจงรายละเอียดใดนั้นน่าจะหมายถึงการชะลอตัวเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างประชากรจีน ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ที่ผู้นำจีนต้องออกแรงแก้ปัญหาฯมากที่สุด
ในด้านการป้องกันประเทศ ผู้นำจีนได้เรียกร้องให้เร่งพัฒนาความทันสมัยของกองทัพ โดยกระตุ้นให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) บรรลุเป้าหมายครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งกองทัพภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2570 และผลักดันสู่เป้าหมายการเป็นกองทัพชั้นนำระดับโลกภายในปี 2593 ซึ่งสอดคล้องกับการปราบปรามการทุจริตภายในกองทัพอย่างเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างไต้หวัน สี จิ้นผิง ได้ย้ำจุดยืนเดิมของปักกิ่งในการมุ่งมั่นบรรลุภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อรวมชาติอย่างสมบูรณ์ และพร้อมสกัดกั้นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่าสุนทรพจน์ครั้งนี้มีโทนเสียงที่นุ่มนวลและเป็นไปตามขั้นตอน โดย จู ซงหลิ่ง ศาสตราจารย์จากสถาบันไต้หวันศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยสหภาพปักกิ่ง ชี้ว่าปักกิ่งจะยังคงขับเคลื่อนการรวมชาติไปตามกรอบเวลาและยุทธศาสตร์ของตนเองในการสร้างเงื่อนไขที่พร้อมในทุกด้าน
ขณะที่ เซี่ย เม่าซง นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยชิงหวา มองว่าสุนทรพจน์ของสี จิ้นผิง สะท้อนความมั่นใจท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยชี้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้เข้าสู่ระยะที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งหมายความว่าดุลอำนาจระหว่างสองมหาอำนาจเริ่มมีความใกล้เคียงและสูสีกันมากยิ่งขึ้น
อนึ่ง ทบวงการจัดตั้งแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เผย (30มิ.ย.) ถึงตัวเลขสมาชิกพรรคฯที่นับถึงสิ้นปี 2025 มีจำนวนเกือบ101.29 ล้านคนแล้ว โดยมีกลุ่มสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 1.01 ล้านคน หรือร้อยละ1 จากสิ้นปี2024
แหล่งที่มาข่าว: South China Morning Post/ รอยเตอร์/ ซินหัว


