สถาบันวิจัยเทรนด์ฟอร์ซ (TrendForce) เปิดเผยว่า ซัพพลายเออร์ชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน ซึ่งนำโดย หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ (Huawei Technologies) และ คัมเบรคอน เทคโนโลยีส์ (Cambricon Technologies) รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่พัฒนาชิปขึ้นใช้เอง กำลังจะครองส่วนแบ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ภายในประเทศจีนรวมกันเกือบ 80% ในปี 2569 นี้ ซึ่งส่งผลกดดันอย่างหนักต่อคู่แข่งระดับโลกอย่าง เอ็นวิเดีย (Nvidia)
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการผลักดันการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลปักกิ่ง เป็นปัจจัยเร่งให้ตำแหน่งของ เอ็นวิเดีย, แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวเซส (AMD) และผู้ให้บริการต่างชาติรายอื่น ๆ ในตลาดจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าส่วนแบ่งตลาดรวมของบริษัทต่างชาติในจีนจะลดลงเหลือ 21% ในปี 2569 จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 34% ในปี 2568 ในทางกลับกัน ซัพพลายเออร์ในประเทศอย่างหัวเว่ยและคัมเบรคอน จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 56% ในปี 2569 จาก 46% ในปี 2565 ขณะที่ชิปเฉพาะทาง (ASIC) ที่พัฒนาโดยบริษัทอินเทอร์เน็ตของจีนจะมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 23%
ฟรังก์ ขง (Frank Kung) ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของเทรนด์ฟอร์ซ ระบุว่า ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตของจีน เช่น ไบต์แดนซ์ (ByteDance) และ อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง (Alibaba Group Holding) เป็นกลุ่มที่ขยายการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์อย่างรวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ อาลีบาบา และ ไป่ตู้ (Baidu) ยังได้เร่งพัฒนาชิปเฉพาะทางของตนเองผ่านหน่วยงานเซมิคอนดักเตอร์อย่าง ที-เฮด (T-Head) และ คุนหลุนซิน (Kunlunxin) ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี แม้เอ็นวิเดียจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในจีน แต่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโลกไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเทรนด์ฟอร์ซคาดการณ์ว่ายอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกจะเติบโตมากกว่า 28% ในปี 2569 ซึ่งเอ็นวิเดียจะยังคงครองส่วนแบ่งตลาดโลกในระดับนำที่ 64% ตามด้วยเอเอ็มดี 8.6% ขณะที่ผู้ให้บริการจากจีนนำโดยหัวเว่ยและคัมเบรคอน คาดว่าจะสามารถคว้าส่วนแบ่งในตลาดโลกได้ราว 20% ในปี 2569
ที่มา: South China Morning Post


