xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจลุงวัย 77 ผู้รับจ้างเขียนจดหมายคนสุดท้ายในจีน! ยืนหยัดทำหน้าที่เกือบ 6 ทศวรรษ กับจดหมายที่ส่งออกไปกว่า 100,000 ฉบับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 เจียงหมิงเตี่ยน ชายวัย 77 ปี  ผู้ทำงานเป็นนักเขียนจดหมายมากว่า 59 ปี (ภาพจาก : สื่อจีน)
ตำนานที่ยังมีลมหายใจ! "เจียงหมิงเตี่ยน" ชายวัย 77 ปี จากเมืองเฉวียนโจว มณฑลฟูเจี้ยน ผู้ใช้เวลามากกว่าค่อนชีวิตทำหน้าที่เป็นคนกลางในการถ่ายทอดเรื่องราว บอกเล่าความรู้สึก แทนผู้ไม่รู้หนังสือ เป็นกระบอกเสียงและกาวใจให้ชาวจีนที่อยู่ห่างไกล แม้ในวันที่มีเทคโนโลยีมาแทนที่ จนบทบาทของอาชีพนี้ค่อยๆ ถูกลบเลือนหายไป ทว่าลุงเจียงก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ต่อไป

(ภาพจาก : สื่อจีน)
ตามรายงาน จุดเริ่มต้นของอาชีพดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 1840 เมื่อชาวจีนจำนวนมากต่างต้องอพยพ เดินทางไปต่างประเทศ หรือย้ายมณฑล เนื่องจากพิษสงครามและความยากจน ซึ่งเวลาที่ส่งจดหมายกลับบ้าน มีครอบครัวและญาติๆ จำนวนมากที่ไม่รู้หนังสือ บ้างก็ติดขัดเรื่องภาษาถิ่น เลยอ่านไม่ออกและเขียนตอบไม่ได้ อาชีพคนเขียนจดหมายจึงช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้

(ภาพจาก : สื่อจีน)
โดยลุงเจียงเริ่มทำงานนี้ตอนอายุ 18 ปี เรียกว่าเป็นการเจริญรอยตามคุณพ่อ เพราะพ่อของลุงเจียงก็เป็นหนึ่งในนักเขียนจดหมายรุ่นบุกเบิกของจีน ขณะที่แม่ของลุงเจียงเป็นครูโรงเรียนประถม

ช่วงหนุ่มๆ ลุงเจียงจะปั่นจักรยานไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่ออ่านและตอบจดหมายให้กับครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในเมือง เปลี่ยนไปตั้งโต๊ะเล็กๆ รับเขียนจดหมายอยู่ริมถนน

(ภาพจาก : สื่อจีน)
งานของลุงเจียงส่วนใหญ่จะเป็นการแปลงข้อความจากภาษาถิ่นให้เป็นภาษาจีนที่ดูสละสลวย โดยลุงเจียงบอกว่า การเป็นนักเขียนจดหมายที่ดีจะต้องถ่ายทอดอารมณ์ เรื่องราว ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิ เพราะชาวจีนอพยพจำนวนมากล้วนเผชิญกับความยากลำบาก ดังนั้น เวลาที่ญาติๆ ขอความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ลุงเจียงก็จะช่วยปรับเนื้อหาให้ดูเหมาะสม โดยอ้างถึงความเจ็บป่วย หรือปัญหาต่างๆ

(ภาพจาก : สื่อจีน)
บางคนเหงาจนเขียนบ่นและตำหนิสามี ลุงเจียงก็จะเปลี่ยนความทุกข์ใจเหล่านั้นให้กลายเป็นบทกลอนอันแสนไพเราะ ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนในยุคนั้นก็มีชีวิตที่แสนเศร้า เมื่อถูกสามีทอดทิ้งไว้ข้างหลังและต้องแบกรับหน้าที่ในการดูแลครอบครัวทั้งหมด

“สำหรับผู้หญิงเหล่านี้ ชีวิตทั้งชีวิตอาจถูกจำกัดไว้ภายใต้ตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัว” ลุงเจียงกล่าว

(ภาพจาก : สื่อจีน)
ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ลุงเจียงได้สนับสนุนให้บรรดาผู้หญิงที่สามีทำงานอยู่ต่างประเทศ ย้ายไปอยู่กับสามี โดยลุงเจียงยังช่วยแปลเอกสารที่จำเป็นต่อการเดินทางออกนอกประเทศให้ด้วย ซึ่งลุงเจียงสามารถแปลได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน และภาษาเวียดนาม

(ภาพจาก : สื่อจีน)
มีรายงานว่า สมัยก่อนลุงเจียงสามารถหาเงินได้วันละ 2 หยวน (ประมาณ 10 บาท) ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นทำงานประจำมีรายได้เดือนละ 12 หยวน (ประมาณ 60 บาท) อย่างไรก็ตาม ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าของลุงเจียงลดลงเรื่อยๆ อีกทั้ง ลูกค้าประจำหลายคนก็อายุมากและเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว

(ภาพจาก : สื่อจีน)
ทว่าหลังจากที่ลุงเจียงได้แชร์ผลงานลงบนโซเชียลมีเดีย ก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนหนุ่มสาว โดยมีหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจเดินทางมายังเมืองเฉวียนโจว เพื่อให้ลุงเจียงเขียนจดหมายให้โดยเฉพาะ

“ผมยินดีที่จะเล่าเรื่องราวการอพยพของชาวจีนรุ่นเก่าให้คนรุ่นใหม่ฟัง ผมหวังว่าพวกเขาจะจดจำความจงรักภักดี ความกตัญญู ความเมตตา และความซื่อสัตย์ของชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นก่อนๆ รวมถึงความรักชาติ รักบ้านเกิดของพวกเขาด้วย” ลุงเจียงกล่าว

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการเขียนจดหมาย ปัจจุบันลุงเจียงยังรับแปลเอกสาร สัญญา พินัยกรรม และเอกสารอื่นๆ อีกด้วย

(ภาพจาก : สื่อจีน)
อนึ่ง เมืองเฉวียนโจวเป็นหนึ่งในบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเล มีรายงานว่ามีผู้คนกว่า 10 ล้านคนที่มีรากเหง้ามาจากเมืองนี้ และกระจายไปอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ที่มา : Last professional letter writer in Chinese city pens 100,000 missives over 59 years (SCMP)