เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและอนาคตของเยาวชน สภาพัฒนาหลักสูตรของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้เผยแพร่แผนแม่บทการพัฒนาการศึกษาดิจิทัล ( Digital Education ) ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งระบุถึงแผนการของรัฐบาลฮ่องกงในการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่ภาคการศึกษาให้มากยิ่งขึ้น
ข้อสำคัญประการหนึ่งในแผนแม่บทฉบับนี้ก็คือการกำหนดให้ครูต้องเข้ารับการฝึกอบรมด้านการศึกษาดิจิทัลอย่างน้อย 30 ชั่วโมงและรับการอบรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูรวม 150 ชั่วโมงในทุก ๆ สามปี
การฝึกอบรมด้านการศึกษาดิจิทัลจะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น ความรู้พื้นฐานและทักษะความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI การบูรณาการ AI เข้ากับการสอน และภาวะผู้นำด้าน AI โดยหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานการศึกษา องค์กรวิชาชีพ หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนโรงเรียน และมหาวิทยาลัยอาจเป็นผู้จัดการฝึกอบรมดังกล่าว
นอกจากนั้น สถาบันการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกแห่งจะต้องบูรณาการกลยุทธ์การศึกษาดิจิทัลและ AI เข้าไว้ในแผนพัฒนาประจำปี รวมถึงตารางเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเรียนรู้ การสอน และการประเมินผลที่เน้น "ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง"
การศึกษาดิจิทัลภาคบังคับจะถูกกำหนดไว้ในหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตและหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีอีกด้วย
ศาสตราจารย์อิซาเบลลา พูน ไวยิน ประธานสภาพัฒนาหลักสูตรเชื่อมั่นว่า โรงเรียนต่าง ๆ มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนตามแผนแม่บทนี้ เนื่องจากเป็นการต่อยอดจากรากฐานการศึกษาที่มีอยู่เดิมในด้านไอทีและ STEM [วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์]
เธอกล่าวว่า การศึกษาดิจิทัลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกงและอนาคตของเยาวชน โดยแผนแม่บทจะเริ่มนำมาปฏิบัติในปีการศึกษา 2569-2570
ด้านผู้บริหารของโรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งในฮ่องกงขานรับข้อกำหนดการฝึกอบรมด้านการศึกษาดิจิทัล 30 ชั่วโมงนั้นว่า มีความเหมาะสมและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพของครู โดยครูอาวุโสที่ใกล้เกษียณอาจขาดแรงจูงใจ ขณะที่ครูรุ่นใหม่ๆ อาจเรียนรู้เทคนิค AI เพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าในที่อื่น แต่ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของครูรุ่นใหม่ ๆ จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานให้ปรับตัวเข้ากับเครื่องมือ AI ได้
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มูลนิธิการกุศลของสโมสรแข่งม้าฮ่องกงได้เปิดตัวโครงการ JC GoAI ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงและครูกว่า 40 คนซึ่งสอนใน 7 สาขาวิชา เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วย AI สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาตอนปลายและมัธยมต้น
ครูใหญ่เฉิง ซุก-วาห์ จากโรงเรียนมัธยมคาทอลิกถุนเหมิน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า โรงเรียนของเธอได้มีการนำ AI มาใช้เพื่อช่วยครูออกแบบแผนการสอนและพัฒนาทักษะการใช้ AI ของนักเรียนแล้ว โดย AI นั้นสามารถช่วยเหลือในด้านการทดสอบ ( tests ) นักเรียน แต่การสอบวัดผลนักเรียนอย่างเป็นทางการยังต้องอาศัยครูเป็นสำคัญ
ที่มา : “Hong Kong teachers to undergo 30-hour digital training amid AI push in schools” ใน SCMP


