xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก “ซีอีโอในชุดนักเรียน” อยู่แค่ชั้นมัธยมก็เป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ตอัป ส่งออกโดรน !

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เว่ย ซื่อหยวน เด็กหนุ่มผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความสามารถด้านเทคโนโลยี ควบคู่กับการเป็นนักการกุศล - ภาพ : SCMP
เว่ย ซื่อหยวน เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมศึกษาเป่าอันในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีนเมื่อปีที่แล้ว
 
ปัจจุบันเขาอายุ 19 ปี เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหูหนัน และมีอีกบทบาทหนึ่ง คือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร( ซีอีโอ ) ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งพัฒนาอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนและอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ)


เด็กหนุ่มได้รับฉายาว่า "ซีอีโอในชุดนักเรียน" ซึ่งมีที่มาจากเว่ยกับเพื่อนอีก 2 ร่วมกันก่อตั้งบริษัทดังกล่าวในสมัยที่พวกเขายังเรียนหนังสือในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นเรื่องผิดแปลกจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ที่ต่างขะมักเขม้นเรียนหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ
 
ทุก ๆ ปีในช่วงมัธยมต้น เด็กทั้งสามคนจะเข้าร่วมการแข่งขัน โรโบมาสเตอร์ ( RoboMaster) ซึ่งเป็นการแข่งขันหุ่นยนต์ประจำปีสำหรับนักเรียนทั่วประเทศจีน และเคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองในประเภทการแข่งขันที่ลงสมัคร

เว่ยเกิดมามีพ่อแม่เป็นคนงานธรรมดา ๆ เวลาแม่ไปทำงานที่โรงงานก็จะพาเขาไปด้วย เด็กชายจึงเริ่มสนใจเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่นั่น เขายังชอบประดิษฐ์และประกอบสิ่งของมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆ


เว่ย ซื่อหยวน กำลังทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการของบริษัทในเมืองเซินเจิ้น - ภาพ: ไป่ตู
เว่ยกำหนดเป้าหมายในชีวิตของตนเอง ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา หลังจากเขาได้พบกับครูสอนวิชาหุ่นยนต์ และได้เรียนรู้ความรู้ทางวิชาชีพมากมาย

พ่อแม่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งบริษัท เพราะกลัวจะกระทบการเรียน เว่ยจึงแอบไปจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโดยไม่บอกท่านทั้งสอง


พออายุ 16 ปีและมีสิทธิ์ทำงานได้ตามกฎหมาย เว่ยไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารหม้อไฟ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ตของสำนักงาน


ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทรุ่นเยาว์ทั้งสามสร้างผลิตภัณฑ์โดยเริ่มต้นจากศูนย์ เป้าหมายคือการสร้างโดรนสำหรับผู้บริโภคในราคาที่จับต้องได้ โดยเมื่อพวกเขาสร้างต้นแบบเสร็จ จากนั้นจึงว่าจ้างบริษัทอื่นให้ดำเนินการผลิต


โดรนรุ่นแรกซึ่งมีดีไซน์แบบจีนเริ่มวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม ปี 2567


ต่อมา พวกเขาเปิดร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ ด้วยความช่วยเหลือของแม่ ซึ่งรู้เรื่องการค้ากับต่างประเทศเป็นอย่างดีและถูกลูกชายโน้มน้าวให้เห็นดีเห็นงามกับแผนการของบริษัท


เว่ยทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารเพื่อหาเงินจ่ายค่าเช่าและค่าใช้จ่ายต่างๆของบริษัท -  ภาพจาก: Baidu
ในไม่ช้าก็หาเงินก้อนแรกได้สำเร็จ จำนวน 50,000 หยวน ( ราว 242,500 บาท ) เว่ยรีบนำเงินนั้นมาจ่ายเงินเดือนพนักงานทันที

เมื่อเว่ยเรียนจบมัธยมปลาย บริษัทมีพนักงาน 11 คน บางคนมีอายุ 30 กว่าปีแล้ว


พอรายได้มากขึ้น เว่ยได้บริจาคเงิน 100,000 หยวน ( ราว485,000 บาท) ให้แก่โรงเรียนที่เขาศึกษาเพื่อสร้างห้องพักผ่อนที่สะดวกสบายสำหรับคนงานทำความสะอาดโรงเรียน


เว่ยบอกว่า คนงานต้องทำงานหนัก ฉะนั้น เมื่อบริษัททำกำไรได้ เขาก็อยากช่วยเหลือคนเหล่านี้


แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ที่ต้องการผลิตสินค้าเทคโนโลยีราคาไม่แพงสำหรับคนทั่วไป


เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว่ยยังได้ก่อตั้งบริษัทใหม่และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ซึ่งสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของนักสกีและให้คำแนะนำตามความเหมาะสม


ในระยะแรก ขายผลิตภัณฑ์ได้หลายพันชิ้นในตลาดต่างประเทศ และขณะนี้กำลังทำการตลาดในประเทศ


เว่ย (ขวามือ) ถือเช็คจำลองขนาดใหญ่ที่แสดงจำนวนเงินที่เขาบริจาคให้กับคนงานทำความสะอาดโรงเรียน - ภาพ: Baidu
ทุกวันนี้แม่ของเว่ยยังพร่ำสอนให้เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ และซื่อสัตย์ต่อปณิธานของตนเอง

เหลย จวิ้น ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเสียวหมี่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าคือบุคคลต้นแบบของเว่ย เขาหวังจะได้พบหน้าสักวันหนึ่ง หลังจากเคยไปรออยู่ที่หน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาของเสียวหมี่ท่ามกลางสายฝน แต่ไม่สำเร็จ


รัฐบาลเมืองเซินเจิ้นส่งเสริมให้เยาวชนในเมืองใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่อุดมสมบูรณ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ โดยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงบริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีของเว่ยด้วย


ในปี 2567 เมืองเซินเจิ้นมีสตาร์ตอัปกว่า 150,000 แห่ง ซึ่งก่อตั้งโดยบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี


“วัยรุ่นหนุ่มที่มีอนาคตสดใส ฉันมีความหวังกับอนาคตของเทคโนโลยี” ผู้สังเกตการณ์ในโลกโซเชียลคนหนึ่งชื่นชม


“ในเซินเจิ้นเป็นเรื่องปกติมากที่นักเรียนจะทำงานและเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น โดยทั่วไปแล้วผู้ปกครองก็ให้การสนับสนุน” อีกคนกล่าว


ที่มา : SCMP