กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้ควบคุมตัว นายหลิว เหริน ผู้ต้องหารายสำคัญในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติของ นายเฉิน จื้อ เดินทางจากประเทศกัมพูชากลับมายังประเทศจีนแล้ว หลังเสร็จสิ้นกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
รายงานระบุว่า นายเฉิน จื้อ ซึ่งถูกกัมพูชาจับกุมและส่งตัวกลับจีนไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม 2569 ได้สั่งการให้ นายหลิว เหริน ก่อตั้งกลุ่ม "จินเป้ย" ขึ้นในปี 2559 เพื่อดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ และชักชวนชาวจีนให้เข้าร่วมเล่นพนัน
ต่อมาตั้งแต่ปี 2563 กลุ่มจินเป้ยได้ขยายกิจการไปสู่การจัดตั้งศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา เพื่อหลอกลวงต้มตุ๋นทางโทรศัพท์และทางออนไลน์ในลักษณะข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล โดยนายหลิว เหริน ยังถูกตั้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมิชอบและเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเพิ่มเติมอีกด้วย
สำหรับ นายเฉิน จื้อ เป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายธุรกิจขนาดยักษ์ "พริ้นซ์ กรุ๊ป" (Prince Group) ในปี 2558 โดยขยายอาณาจักรจากอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ภาคธนาคารและการพนัน และได้รับสัญชาติกัมพูชาในภายหลัง ทว่าสัญชาติดังกล่าวได้ถูกเพิกถอนแล้วหลังจากที่เขาถูกส่งตัวให้ทางการจีน
ปัจจุบันเฉิน จื้อ ตกเป็นผู้ต้องหาในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่สั่งฟ้องในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงและฟอกเงิน พร้อมยึดทรัพย์สินเป็นบิตคอยน์มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.5 แสนล้านบาท) ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์และเกาหลีใต้ ก็ได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กัมพูชายังได้ส่งตัว นายหลี่ สยง อดีตประธานกรรมการเครือข่าย "ฮุยวั่น กรุ๊ป" (Huione Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือพริ้นซ์ กรุ๊ป กลับไปดำเนินคดีที่จีนในข้อหาฉ้อโกงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างตำรวจจีนและกัมพูชาส่งผลให้มีการทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง โดยกัมพูชาได้เนรเทศผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางโทรศัพท์และคดีฆาตกรรมกลับประเทศจีนแล้วมากกว่า 20,000 คน
ที่มา: South China Morning Post


