การปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีของยอดค้าปลีกจีนประจำเดือนพ.ค.และการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง ราคาบ้านใหม่ตกต่ำ แต่ขณะเดียวกันผลผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับฟื้นตัวขึ้นและยอดการส่งออกพุ่งสูง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอกันในภาคส่วนของเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจแดนมังกรเกิดความไม่สมดุลมากยิ่งขึ้น
ตามรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเมื่อวันอังคาร ( 16 มิ.ย. ) ยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการบริโภคภายในประเทศ ลดลง 0.6% หลังจากที่เคยเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเมษายน เป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาววันแรงงาน 5 วันเฉื่อยเนือย และโครงการให้ประชาชนนำสินค้าอุปโภคบริโภคชิ้นเก่ามาแลกกับส่วนลดจากภาครัฐเพื่อซื้อสินค้าใหม่ ( Consumer-goods trade-in scheme ) เริ่มลดแรงกระเพื่อม
ในทางตรงกันข้าม ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4.5% จาก 4.1% ในเดือนเมษายน และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.3% ในผลสำรวจของรอยเตอร์
ผลผลิตภาคเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น 15.1% ช่วยหนุนการส่งออกของจีน ชดเชยผลกระทบจากสงครามอิหร่าน เนื่องจากมีการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ ( AI ) เพิ่มอย่างมากในทั่วโลกและจีนเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องรายใหญ่สุด
เศรษฐกิจจีนในเดือนพ.ค.มีลักษณะที่แตกต่างกันหลายด้าน ได้แก่ ความแตกต่างระหว่างอุปสงค์ภายในประเทศกับภายนอกประเทศ ความแตกต่างระหว่างอุตสาหกรรม AI กับอุตสาหกรรมดั้งเดิม และระหว่างการค้าปลีกสินค้าและการบริโภคบริการ ซู่ เทียนเฉิน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ตั้งข้อสังเกต
ที่มา : รอยเตอร์


