xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights: ชายโสดจีนกับการหาเจ้าสาวต่างชาติโอกาส ความฝันและกับดัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตลาดนัดหาคู่ในประเทศจีนซึ่งมีกลุ่มประชากรเพศชาย-หญิงขาดความสมดุลอย่างรุนแรง   ได้ตกเป็นเป้าหมายเหยื่อของแก๊งต้มตุ๋น (แฟ้มภาพรอยเตอร์)
ผู้เขียน ร่มฉัตร จันทรานุกูล

หลายท่านอาจจะพอทราบแล้วว่าชาวจีนมีค่านิยมกับการมีลูกชายเป็นอย่างมาก เมื่อจีนดำเนินนโยบายลูกคนเดียวที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 1980 จนถึง 2016 ทำให้ชาวจีนมีการทำแท้งเลือกเพศมาเป็นระยะเวลานาน แม้ว่าช่วงหลังปี 1990 จนปัจจุบันชาวจีนเปิดรับและยินดีกับการมีลูกสาวมากขึ้นแล้ว เพราะค่านิยมในอดีตนี้เองส่งผลให้อัตราส่วนเพศแรกเกิดในจีนเพศชายอยู่ที่ 111 ต่อเพศหญิง 100 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ทำให้ประชากรระหว่างเพศชายและเพศหญิงไม่สมดุลกันอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เกิดในช่วงยุคปี 1970-1980 มีเพศชายมากกว่าเพศหญิงเยอะ ซึ่งคนที่เกิดในช่วงปีดังกล่าวปัจจุบันจะมีอายุประมาณ 40-50 ปี ซึ่งควรอยู่ในวัยที่แต่งงานมีครอบครัว แต่กลับพบว่ากลุ่มประชากรเพศชายในเมืองรองชั้น3และ4 ในจีนจำนวนมากไม่มีคู่ครอง บางพื้นที่มีหมู่บ้าน “ชายโสด” หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า “光棍村” อ่านว่า กวงกุ้นชุน คือทั้งหมู่บ้านไม่มีใครได้แต่งงาน ชายอายุ 30-40-50 ปีอยู่รวมตัวกันที่หมู่บ้านชายโสดกันหลายสิบคน

ปรากฎการณ์ในจีนที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มีเพียงปัญหาเรื่องความไม่สมดุลของเพศชายและเพศหญิงในสังคมจีนเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่น เช่น ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของเมือง ทำให้ผู้หญิงชนบทเลือกที่จะเข้าไปทำงานในเมืองมากขึ้น ชีวิตมีทางเลือกมากขึ้น และเพศหญิงมักจะเลือกคู่ครองที่มีศักยภาพทางการเงินและเศรษฐกิจที่มั่นคงมากกว่าตนเอง ก็ทำให้ชายในชนบทไม่ได้ค่อยได้รับความสนใจ อีกทั้งวัฒนธรรมการแต่งงานของจีนที่ฝั่งชายต้องมีบ้าน มีสินสอดจำนวนมากให้กับฝ่ายหญิง ทำให้การแต่งงานในจีนกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งของคนวัยทำงานโดยเฉพาะครอบครัวฝั่งชาย ด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจนี้ทำให้ชายชนบทเสียเปรียบ เสียโอกาสในการแต่งงานสร้างครอบครัวไปโดยปริยาย

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ชายโสดในชนบทจีน ณ ปัจจุบันที่มีมากกว่า 13 ล้านคน เลือกการ "แต่งงานกับชาวต่างชาติ" ตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่าปี 2025 ประมาณ 72% ของการสมรสระหว่างประเทศเป็นชายจีนแต่งงานกับหญิงต่างชาติ (ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงมาจากเวียดนาม รัสเซีย เมียนมา ลาว และยูเครน) โดยสัดส่วนนี้สูงยิ่งขึ้นในเมืองแถบชายแดนจีน เช่น กว่างสี ยูนนานและเฮยหลงเจียง ชายจีนเลือกสรรหาและแต่งงานกับหญิงต่างชาติ ไม่เพียงแค่เพราะความไม่สมดุลทางเพศในชนบท ต้นทุนการแต่งงานกับคนจีนด้วยกันที่สูงเท่านั้น แต่ยังคาดหวังกันว่าการแต่งงานกับคนต่างชาติจะช่วยให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น มีทางเลือกมากขึ้นด้วย

เพราะมีความต้องการแต่งงานกับชาวต่างชาติที่เกิดขึ้น ทำให้ในจีนเกิดมีบริการจากนายหน้าที่ช่วยชายโสดจีนหาคู่ต่างประเทศ โดยบริการนายหน้าหาคู่ต่างชาติไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงอยู่หลายประการ เช่น การหลอกลวงในกระบวนการแต่งงานข้ามชาติในจีนมีมาหลายปีแล้ว จนพัฒนาเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเทาที่สมบูรณ์แบบ (เพราะเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้วย) นายหน้าผิดกฎหมายจำนวนมากร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติหรือหญิงต่างชาติ ใช้การแต่งงานเป็นการหลอกเอาค่านายหน้าและค่าสินสอดก้อนโตจากฝ่ายชายจีน หลังจากแต่งงานแล้วเจ้าสาวก็แล้วหลบหนีไป 

จากการประเมินคร่าวๆพบว่า อัตราการแต่งงานกับเจ้าสาวต่างชาติแล้วเจ้าสาวหนีหายไป อัตราการเกิดกับเจ้าสาวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 4% และกรณีการหนีหายของเจ้าสาวต่างชาตินี้เกิดขึ้นในหลายมณฑลจีน กรณีตัวอย่างเช่น นายฉือหนานจ่ายเงิน 70,000 หยวนหรือเกือบ 3.5 แสนบาทเป็นค่าสินสอดให้กับสาวอินโดนีเซีย แต่งานแต่งผ่านไปเพียง 4 วัน เจ้าสาวขโมยบัตร ATM และเงินสดในบ้านหายตัวไป ส่วนนายฉือหนานและครอบครัวก่อนหน้าก็จ่ายค่านายหน้าไป 300,000 หยวนหรือกว่า 1.4 ล้านบาท การทำธุรกรรมผ่านนายหน้าพวกนี้ในจีนถือว่าผิดกฎหมายไม่ได้รับความคุ้มครอง เมื่อฝ่ายชายที่ถูกหลอกลวงจึงยากมากที่จะเรียกคืนความยุติธรรมและเงินที่เสียหายคืนได้

กลุ่มชายโสดในหมู่บ้านเจาทงมณฑลยูนนานพากันมายืนที่ริมถนนเพื่อดูสาวในหมู่บ้านผู้ออกไปทำงานต่างเมือง เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เจาทงซึ่งถูกเรียกขานว่า “หมู่บ้านชายโสด” ไม่มีการจัดพิธีแต่งงานเลยนานสี่ปี!  (แฟ้มภาพจากสื่อจีน)
ในปัจจุบันคลิปสั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของแก๊งหลอกลวง มีบล็อกเกอร์ชาวเหอเป่ยชื่อ อู๋เสี่ยวหมิง โพสต์คลิปชีวิตคู่หวานชื่นกับภรรยาเวียดนาม แสดงภาพภรรยาที่กินดีอยู่ดี กตัญญูน้ำใจงาม และพูดซ้ำๆ ว่า "สาวเวียดนามไม่ได้หวังเงิน ขอแค่คนที่รักจริง" ทั้งคู่ยังไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ฝ่ายหญิงที่เวียดนามสม่ำเสมอ เมื่อมีคนติดตามมากขึ้นก็มีคนติดต่อนายอู๋ให้ช่วยหาสาวเวียดนาม หนึ่งในเหยื่อคือแม่ของนายจางซึ่งกำลังปวดหัวกับการหาคู่ครองให้ลูกชาย จึงติดต่อกับนายอู๋ อินฟลูฯคนดังกล่าวเพื่อจะให้ช่วยหาสาวเวียดนามให้กับลูกชายบ้าง นายอู๋ตอนแรกแกล้งทำเป็นปฏิเสธสองสามครั้งก่อนตกลงว่าจะยอมช่วยหาสาวเวียดนามให้ โดยแจ้งค่าดำเนินการประมาณ 225,000 หยวน (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) แบ่งเป็นค่าแนะนำ 100,000 หยวน ค่าสินสอด 100,000 หยวนและค่าวีซ่า 25,000 หยวน ครอบครัวนายจางตกลง และนายจางก็ไปเวียดนามพร้อมชายจีนอีก 3 คน ผลคือทุกคนได้เจ้าสาวกลับมา จดทะเบียนสมรสและจัดงานแต่งเรียบร้อย แต่หลังแต่งงานเพียง 3 เดือน เจ้าสาวทั้ง 3 คนก็หายตัวพร้อมกัน นายอู๋สุดท้ายถูกจับข้อหาหลอกลวงจัดการชาวต่างชาติเข้าเมืองแบบไม่ถูกต้อง(กระบวนการค้ามนุษย์) ส่วนเจ้าสาวทุกคนสุดท้ายหนีออกนอกประเทศแล้วทำอะไรไม่ได้ นายจางและชายจีนอีก 2 คน จึงต้องยอมรับชะตากรรมจากการสูญเงินร่วมล้านบาทและดับฝันไม่ได้ภรรยา

ในขบวนการนี้ มีสาวต่างชาติจำนวนมากเช่นกันที่ถูกหลอกไปแต่งงานกับชาวจีน บางคนถูกล่อลวงด้วยคำว่าไปงานจีนเงินเดือนสูง สุดท้ายกลายเป็นว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในวงจรสีเทาถูกบังคับให้ทำแผนหลอกชายจีน หญิงหลายคนถูกวนเวียนไปตามเมืองต่างๆ ทั่วจีน เงินที่สาวต่างชาติได้รับจริงมีเพียงน้อยนิด อีกทั้งยังมีการแต่งงานที่ไม่ตรงปก คือ สาวต่างชาติจำนวนหนึ่งคาดหวังว่าเมื่อได้แต่งงานกับคนจีนแล้วจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แต่ไปถึงกลับถูกลากไปอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลผู้คน ถูกยึดมือถือ ยึดพาสปอร์ต ถูกกักขังและบังคับให้ต้องทำงานอย่างที่ฝ่ายชายต้องการ สุดท้ายกลายเป็นเครื่องมือผลิตลูกให้กับชายจีน กรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับสาวไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว ขณะนั้นในกลุ่มวีแชทคนไทยในจีนมี การโพสต์จากหญิงไทยที่ขอความช่วยเหลือจากคนไทยด้วยกันและให้ช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่สถานทูต เรียกร้องการช่วยเหลือ เนื่องจากถูกหลอกให้มาแต่งงานที่จีน ถูกทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว เป็นต้น

ปฏิบัติการค้ามนุษย์หรือแก๊งหลอกแต่งงาน ฝ่ายชายมักจะต้องจ่ายค่านายหน้าหลักหมื่นถึงหลักแสนหยวน แล้วมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งลักษณะนี้ในหลายพื้นที่ในจีนโดยเฉพาะในแถบกวางสี ยูนนาน และเจ้อเจียง ในทางกฎหมายจีนห้ามธุรกิจนายหน้าจัดหาคู่สมรสต่างชาติเพื่อแสวงหากำไรโดยเด็ดขาด และการสมรสที่ถูกกฎหมายต้องใช้ความสมัครใจและความรักเสรีของทั้งสองฝ่าย หากต้องการหาคู่ต่างชาติอย่างจริงจัง ควรพบกันผ่านช่องทางที่ถูกทำนองคลองธรรม เช่น การเรียน การทำงาน หรือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หลีกเลี่ยงการเชื่อนายหน้าแนะนำคู่ทางอินเทอร์เน็ตหรือนายหน้าขายฝันทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งทางการจีนก็มีการออกข่าวเตือนอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เป็นเหยื่อ

เนื่องด้วยเศรษฐกิจจีนเองพัฒนามากขึ้น คนจีนจำนวนมากมีเงินและร่ำรวยมากขึ้น สาวจากประเทศกำลังพัฒนาในหลายประเทศเริ่มสนใจชายจีนกันมากขึ้น(ชายจีนส่วนใหญ่ขึ้นชื่อเรื่องพ่อบุญทุ่ม จ่ายหนัก) รวมถึงสาวไทยด้วย อาจจะมีสาวบางกลุ่มที่อยากแต่งงานกับชายจีนเพื่ออยากยกระดับความเป็นอยู่ของตัวเอง (ผู้เขียนเคยได้เห็นน้องผู้หญิงคนไทยยอมเป็นเมียน้อยของชาวจีนที่มาทำธุรกิจในไทยและสุดท้ายกลายเป็นนอมินีของชาวจีนเพื่อทำธุรกรรมหลายๆอย่างในประเทศไทย) และต้องบอกว่าการคบหาหรือการแต่งงานข้ามชาติที่มี “ผลประโยชน์” เป็นตัวตั้ง กับทั้งสองฝ่ายแล้วมักจะมีกับดักและความเสี่ยงหลายประการแฝงอยู่ จึงอยากฝากว่าก่อนการตัดสินใจใดๆเรื่องคู่ครองต้องมีสติและอย่าให้ความโลภครอบงำ