จีนส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือนพ.ค. ราว 809,000 คัน เพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่มียอดส่งออกในเดือนเม.ย. ราว 796,000 คัน สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนระบุเมื่อวันพุธ (10 มิ.ย. )
ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า ( EV ) ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าล้วนและรถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊กนั้น เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าคือราว 435,000 คัน เนื่องจากสงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงหันมาสนใจรถ EV มากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกดังกล่าวสวนทางกับยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศ ซึ่งในเดือนพ.ค. ลดลง 23.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือ 1,440,000 ล้านคัน ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยยอดขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งรวมถึงรถยนต์เบนซินและดีเซล ลดลงเกือบ 42% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งของรถEV เพิ่มขึ้น
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 โดยพอล กง หัวหน้าฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ของ UBS ในประเทศจีน คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และการส่งออกรถEVอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 80%
จีนเป็นผู้ผลิตรถEVรายใหญ่ที่สุดของโลกและEVส่วนใหญ่ที่จำหน่ายทั่วโลกก็มาจากจีน โดยมีบริษัทบีวายดีเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของจีน
ยอดขายรถEVของบีวายดีในต่างประเทศในเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นจำนวนกว่า160,000 คัน โดยตั้งเป้ายอดขายในต่างประเทศที่ 1,500,000 คันในปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 40% จากยอดขาย 1,050,000 ล้านคันในปีก่อน
ทั้งนี้ รายงานแนวโน้มรถEVทั่วโลกประจำปีฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เมื่อเดือนพ.ค. ระบุว่า รถยนต์ใหม่ที่ขายทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ราว 1 ใน 4 เป็นรถEVและคาดว่าในปีนี้ โดยยอดขายรถEVอาจสูงถึง 23 ล้านคัน หรือเกือบ 30% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ขายได้ในปี 2569
ที่มา : เอพี


