xs
xsm
sm
md
lg

"สี จิ้นผิง" เตรียมเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการสัปดาห์หน้า มุ่งกระชับสัมพันธ์สองประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพการจับมือทักทายกันอย่างอบอุ่นระหว่าง นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 (แฟ้มภาพเอเอฟพี)
คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดเผยแถลงการณ์ระบุว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8 ถึง 9 มิถุนายน 2569 ตามคำเชิญของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ โดยนับเป็นการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือครั้งที่สองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หลังจากที่เคยเดินทางเยือนครั้งแรกเมื่อปี 2562 ก่อนที่วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะทำให้พรมแดนของทั้งสองประเทศต้องปิดตัวลงเป็นเวลาหลายปี

การเยือนครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่ปักกิ่งและเปียงยางกำลังทยอยฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาของการปิดประเทศอันยาวนาน รวมถึงความตึงเครียดบางประการจากกรณีที่เกาหลีเหนือไม่พอใจที่จีนสนับสนุนกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ และท่าทีระมัดระวังของจีนต่อความร่วมมือทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย

นอกจากนี้ การเดินทางเยือนของผู้นำจีนยังมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขาได้ให้การต้อนรับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ณ กรุงปักกิ่ง โดยนายทรัมป์ระบุว่าตนได้เสนอข้อตกลงการปลดอาวุธนิวเคลียร์แก่สี จิ้นผิง ระหว่างการประชุมสุดยอดเมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

ขณะที่แถลงการณ์ร่วมระหว่างจีนและรัสเซียในสัปดาห์ต่อมาได้ร่วมกันประณามการใช้นโยบายโดดเดี่ยวทางการทูตและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ พร้อมให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อผลักดันกระบวนการยุติปัญหาอย่างสันติในคาบสมุทรเกาหลีต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา นายคิม จองอึน ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งถือเป็นการเข้าร่วมงานพหุภาคีระดับโลกครั้งแรกของเขา ร่วมกับนายสี จิ้นผิง และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งผู้นำจีนได้ย้ำในตอนนั้นว่า จีนให้ความสำคัญกับมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างสองประเทศ และจุดยืนนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม

ที่มา: South China Morning Post