กระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ไหวตัวทัน รีบปิดช่องโหว่ ซึ่งตัวเองเป็นคนสร้างให้กับมาตรการควบคุมการส่งออกชิป และช่องโหว่นี้อาจทำให้ชิปทันสมัยที่สุดในโลกของสหรัฐฯ เช่น หน่วยประมวลผลกราฟิกแบล็กเวลล์ (Blackwell processors)ของบริษัทอินวิเดีย ( Nvidia) ถูกส่งออกไปยังบริษัทสาขาของจีนในต่างประเทศได้
สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงแห่งสหรัฐฯ (BIS) ได้ออกแนวทางใหม่ เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันอาทิตย์ ( 31 พ.ค. ) โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ข้อจำกัดในการส่งออกหน่วยประมวลผลขั้นสูงนั้นไม่เพียงแต่บังคับใช้กับการส่งออกโดยตรงไปยังประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทต่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่หรือบริษัทแม่ตั้งอยู่ในประเทศจีนด้วย
BIS ได้ออกแนวทางชี้แจงข้อกำหนดเกี่ยวกับใบอนุญาตส่งออก ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2566 แล้ว โดย BIS จะยังคงบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกอย่างเข้มงวดต่อไป เพื่อปกป้องเทคโนโลยี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งของอเมริกา โฆษกของ BIS ระบุ
แม้ทรัมป์ได้กำหนดมาตรการจำกัดทางการค้าต่อจีน ซึ่งครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของอินวิเดีย แต่การประกาศของกระทรวงพาณิชย์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ว่าจะไม่บังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูง (AI Diffusion rule) ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดนเป็นผู้ประกาศเมื่อใกล้จะพ้นวาระการดำรงตำแหน่ง เท่ากับเป็นการเปิดช่องโหว่ให้บริษัทจีนมีโอกาสเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI
อาศัยช่องโหว่นี้จึงอาจกำลังมีการส่งออกชิป AI ที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ ไปยังบริษัทสาขาของบริษัท AI ของจีน ที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย โดยยังไม่แน่ชัดว่ามีการส่งออกชิปไปจำนวนเท่าใด นับตั้งแต่เกิดช่องโหว่นี้ แต่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมชิปที่มีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานประเมินว่าน่าจะมีการส่งออกแล้วหลายแสนชิ้น
มาตรการของไบเดนมีข้อกำหนดด้านใบอนุญาตที่ควบคุมการเข้าถึงชิป AI ทั่วโลก
นายคริส แม็กไกวร์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงแห่งชาติ โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ว่า ช่องโหว่นี้ทำให้บริษัทสาขาในต่างประเทศของบริษัทจีนสามารถซื้อหน่วยประมวลผลกราฟิกแบล็กเวลล์ได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต
“นี่เป็นปัญหาใหญ่มาก” เขากล่าว
นายแม็กไกวร์ยังแสดงความกังวลด้วยว่า จุดอ่อนในเรื่องที่บริษัท TSMC ซึ่งตั้งอยู่ในไต้หวันและโรงงานผลิตชิปอื่นๆ อาจกำลังผลิตชิป AI ขั้นสูงให้กับบริษัทที่จีนตั้งขึ้นมาบังหน้านั้น ยังไม่ได้รับการแก้ไขตามแนวทางใหม่นี้
ที่มา : รอยเตอร์ / DPA


