การเปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ ยูเอพี (UAP) ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาชุดล่าสุด ได้สร้างความฉงนและดึงดูดความสนใจจากนักวิจัยจีนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคลิปวิดีโอความยาวเกือบ 5 นาทีที่บันทึกไว้เมื่อปี 2563
จาง หนาน นักวิจัยด้านยูเอพีในกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า เขารู้สึกสะดุดตากับวิดีโอที่บันทึกโดยเซนเซอร์อินฟราเรดของกองทัพสหรัฐฯ ในรัฐฟลอริดา ซึ่งมีป้ายกำกับว่า "NAG UAP 1 Jun 20" ภาพในคลิปปรากฏวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ลอยตัวอยู่นิ่งเป็นเวลานาน ก่อนจะเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็วฉับพลันจนหลุดออกนอกกรอบภาพ
หากเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบเซนเซอร์ ผลการวิเคราะห์ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอชี้ว่า วัตถุดังกล่าวอาจมีความเร่งสูงกว่า 600 จี (600g) หรือคิดเป็น 600 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งจาง หนาน อธิบายว่า ขีดจำกัดของนักบินมนุษย์จะหมดสติที่ความเร่งราว 12 จี ส่วนโดรนที่ทนทานที่สุดในปัจจุบันทนได้เพียง 30 จีเท่านั้น การเคลื่อนที่ระดับ 600 จีจึงเกินขีดความสามารถของสิ่งมีชีวิตและอากาศยานทุกชนิดในโลก ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุนี้ยังไม่มีระบบขับเคลื่อนที่มองเห็นได้และสามารถเปลี่ยนรูปร่างขณะเคลื่อนที่ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จาง หนาน ชี้ว่าอุปสรรคสำคัญในการวิจัยคือการขาดแคลนข้อมูลเชิงลึก เนื่องจากเอกสารที่สหรัฐฯ เปิดเผยมีเพียงภาพถ่ายและวิดีโอ แต่ไม่มีข้อมูลสเปกตรัมหรือข้อมูลเรดาร์ ทำให้คุณค่าทางวิทยาศาสตร์ยังมีจำกัด ซึ่งเป็นไปได้สูงว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจยังคงปกปิดข้อมูลสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศคู่แข่งล่วงรู้ขีดความสามารถของเทคโนโลยีเซนเซอร์ทางการทหาร
ในขณะที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่การวิจัยยูเอพี แต่ประเทศจีนกำลังใช้ศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ไปกับอีกหนึ่งแนวหน้า คือการค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว หรือ เซติ (SETI) ผ่านกล้องโทรทรรศน์วิทยุ "ฟาสต์" (FAST) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุจานรับสัญญาณเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยทีมวิจัยของ จาง ถงเจี๋ย นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งนอร์มอล ได้ใช้กล้องดังกล่าวตรวจสอบสัญญาณคอสมิกที่คัดกรองมาจากข้อมูลในอดีตอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสัญญาณสิ่งมีชีวิตจากอวกาศอันไกลโพ้น
จาง ถงเจี๋ย มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่ามนุษย์ไม่ได้อยู่ตามลำพังในจักรวาล โดยยึดตามหลักความสามัญ (Mediocrity Principle) ที่ว่าโลกและมนุษยชาติไม่ใช่สิ่งพิเศษเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาล ดังนั้น โลกจึงไม่ควรเป็นสถานที่แห่งเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น
ที่มา: South China Morning Post


