โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล
ประเด็น “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนในไทย” กลายเป็นประเด็นร้อนที่ดึงดูดความสนใจและหัวข้อการพูดคุยของชาวจีนจำนวนมากอีกครั้ง เนื่องด้วยข่าวล่าสุดที่ชาวจีน 5 คน ถูกควบคุมตัวและกักขังในจังหวัดสระแก้วและมีการเรียกค่าไถ่ ข่าวนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่เพราะมีการอ้างว่ามีตำรวจไทยเกี่ยวข้องด้วย (ตำรวจไทย 4 นาย และพรรคพวก) จนสถานทูตจีนประจำประเทศไทยออกมาเรียกร้องให้สอบสวนอย่างโปร่งใสและขอให้ไทยเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเมืองจีนในไทย
หลายฝ่ายมองว่าคดีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่กว่าแค่ลักพาตัวเรียกค่าไถ่เพราะเชื่อมโยงกับเครือข่ายจีนเทาและเว็บพนัน/คอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน และหรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่บางคนเข้าไปมีผลประโยชน์ร่วม ข่าวนี้จึงถูกจับตามองทั้งในไทยและจีนเพราะกระทบทั้งความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว การลงทุน และหากจัดการไม่ดีอาจจะกระทบความสัมพันธ์ไทย–จีนพอสมควร
การพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาทำให้คนจีนมีเงินมากขึ้นและการค้นหาประสบการณ์การท่องเที่ยวในต่างประเทศก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คนจีนหลายๆคนเลือก กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์การเดินทางมากขึ้น ข้อมูลจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยว Ctrip.com ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นที่เลือกใช้บริการท่องเที่ยวแบบลักซ์ชัวรี่ระดับสูง ทัวร์วัฒนธรรมเชิงลึก และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและฟื้นฟูสุขภาพ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับที่พักชั้นเยี่ยม อาหารเอกลักษณ์ มัคคุเทศก์มืออาชีพ และกิจกรรมพิเศษเฉพาะตัว การท่องเที่ยวแบบส่วนตัวและมีรายละเอียดกลายเป็นกระแสหลักในปัจจุบัน
แต่เดิมนักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยม เช่น ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่มีนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหันมาสนใจจุดหมายที่อยู่ไกลออกไป ไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆ ในยุโรป เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าในแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวใหม่ที่ได้รับความนิยม ที่น่าสนใจคือในไตรมาสแรกของปีนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกาเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025
อีกประเด็นคือ หลังวิกฤตโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนหันมาใส่ใจประเด็นด้านความปลอดภัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในการเลือกจุดหมายปลายทางกหารท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรกว่าจุดหมายนั้นมีมาตรการป้องกันโรคระบาด สภาพความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง และระบบการดูแลสุขภาพที่ดีเพียงใด ผลสำรวจการท่องเที่ยวโดย Crip เมื่อต้นปี 2026 ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนมากกว่า 80% ยังคงมองว่า "ความปลอดภัย" คือปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งในการเลือกจุดหมายท่องเที่ยว
สำหรับการเที่ยวไทยนั้น ในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมแบบดั้งเดิมของนักท่องเที่ยวจีน ไทยยังคงครองตำแหน่งสำคัญในตลาดท่องเที่ยวโลก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะด้านของการบริหารจัดการและคอรัปชัน กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของไทย และกำลังทำลายหลายภาคอุตสาหกรรมรวมถึงการท่องเที่ยวด้วย
ที่ผ่านมาจุดเด่นของการท่องเที่ยวไทยคือ มีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่โดดเด่นและมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ทรัพยากรทางทะเลของไทยก็โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อาหารไทยยังเลื่องชื่อระดับโลกทำให้นักท่องเที่ยวติดใจและหวนกลับมาอีกครั้ง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยพัฒนามาอย่างยาวนาน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่โรงแรมหรูระดับสูงถึงโฮสเทลราคาประหยัด มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ถึงตลาดนัดกลางคืน บริการท่องเที่ยวมีให้เลือกครบทุกรูปแบบ บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมีความเป็นมืออาชีพสูง
จากความพยายามที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาโดยตลอด และเพิ่มความพยายามในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัวแคมเปญโปรโมตการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ เช่น "Amazing Thailand" เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของไทยแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านช่องทางต่างๆ ขณะเดียวกันไทยก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การท่องเที่ยวเรือสำราญ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ในช่วงปี 2024-2025 ท่าเรือภูเก็ตและท่าเรือแหลมฉบังมีจำนวนเรือสำราญเทียบท่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 12% ต่อปี กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย
สำหรับปัญหาของการท่องเที่ยวไทยอันดับหนึ่งคือ ปัญหาความปลอดภัยซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวจีน แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ กำลังระบาดหนักในไทย (การปราบอาชญากรรมข้ามชาติของไทยเหมือนยิ่งปราบยิ่งเยอะ) นักท่องเที่ยวจีนหลายรายตกเป็นเหยื่อถูกหลอกมาไทยและจับส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้การที่ไทยทำให้กัญชาถูกกฎหมายก็ก่อให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆ ตามมา จนทุกวันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อการสันทนาการมากกว่าการแพทย์ และแน่นอนเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยในปี 2025 ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรก มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทย 3.09 ล้านคน ตกต่ำลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 6.70 ล้านคนในปี 2024 โดยการฉ้อโกงออนไลน์และปัญหาจากการทำให้กัญชาถูกกฎหมายถูกระบุว่าเป็นสาเหตุสำคัญ
แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งของไทยยังเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เช่น บังคับให้ซื้อสินค้า และโกงด้านราคา การกำกับดูแลที่หละหลวม และยังมีไกด์และบริษัทนำเที่ยวเถื่อนที่ไม่ได้มาตรฐาน ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวของไทยยังมีปัญหาความซ้ำซาก ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลและหลากหลายยังมีน้อย ส่งผลให้ไทยเผชิญกับความท้าทายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับคุณภาพสูง
จากปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้เขียนมองว่ารัฐบาลไทยควรเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายกับองค์การตำรวจสากล ทั้งจีน และประเทศอื่นๆ รวมถึงสร้างกลไกป้องกันและควบคุมอาชญากรรมข้ามชาติที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการเพิ่มความเข้มแข็งในการควบคุมชายแดน และเพิ่มความตระหนักรู้ของสาธารณชน
อีกประเด็นสำคัญคือตำรวจไทยเองอาจจะต้องทบทวนถึงการทำงานและมาตรการกำกับงานภายในที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนอนบ่อนไส้ สำหรับปัญหาที่เกิดจากการทำให้กัญชาถูกกฎหมาย รัฐบาลไทยควรเสริมสร้างการกำกับดูแลอุตสาหกรรมกัญชาอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดขอบเขตการใช้และมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลสถานที่จำหน่ายและใช้กัญชา ไม่ใช่เปิดกันเป็นดอกเห็ดขาดการควบคุมที่ดีพอเหมือนตอนนี้ พร้อมกันนี้ควรเพิ่มการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับโทษของกัญชาด้วย เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ ปรับปรุงอุปกรณ์ความปลอดภัย จัดทำแผนรับมือฉุกเฉิน ระดับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เสริมสร้างการบริหารจัดการมัคคุเทศก์ บริษัทนำเที่ยว และบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยกำหนดเกณฑ์การรับรองที่เข้มงวดและควบคุมมาตรฐานการให้บริการ จัดตั้งระบบประเมินคุณภาพการบริการท่องเที่ยว ลงโทษหน่วยงานและบุคคลที่ให้บริการไม่ได้มาตรฐานอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการท่องเที่ยวโดยรวม เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ห่างไกล ปรับปรุงสภาพที่พัก อาหาร และการสื่อสารในท้องถิ่น ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและส่งเสริมความสมดุลของการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
ต่อมาคือ พัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเฉพาะบุคคลและหลากหลายตามความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Z ควรนำเสนอผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่มีองค์ประกอบด้านแฟชั่น วัฒนธรรม และเทคโนโลยี สำหรับนักท่องเที่ยวระดับสูง ควรให้บริการท่องเที่ยวแบบตัวต่อตัว เช่น มัคคุเทศก์ส่วนตัว และการล่องเรือยอร์ชหรู และสำหรับตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควรพัฒนาผลิตภัณฑ์พิเศษ เช่น การแช่น้ำพุร้อน และการปฏิบัติโยคะ ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยกับการท่องเที่ยว เปิดตัวผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จัดการแข่งขันกีฬาต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกีฬา และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับชีวิตในชนบทและวัฒนธรรมการเกษตรของไทย
แนวโน้มใหม่ของตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนนำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมแบบดั้งเดิม ไม่เพียงแต่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ แต่เผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น ปัญหาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่ไม่เอื้ออำนวย การสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว และการเสริมสร้างการส่งเสริมการตลาด ไทยมีศักยภาพที่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อีกมาก ในขณะเดียวกัน การพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยจะยังช่วยมอบทางเลือกที่มีคุณภาพมากขึ้นแก่ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศของจีน และส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์การท่องเที่ยวและความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนให้ดียิ่งขึ้น ดูไปดูมาแล้วไทยคงจะต้องจัดระเบียบภายในประเทศและกำจัดต้นตอของปัญหาต่างๆ กวาดบ้านของตัวเองให้สะอาดก่อน ถึงจะยืนหยัดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน


