xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัส 10 นักธุรกิจร่วมงานเลี้ยงทรัมป์ที่ปักกิ่ง: เมื่อ "โรงงานจีน" กลายเป็นสิ่งที่อเมริกาขาดไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สื่อจีนเผยการคัดสรรกลุ่มนักธุรกิจจีนมาร่วมโต๊ะอาหารมื้อค่ำในงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 อาทิ การจัดให้สี่นักธุรกิจจีน ได้แก่ จย่า เส้าเชียน ประธาน Hisense Group , โจว ฉวินเฟย ผู้ก่อตั้ง/ประธาน Lens Technology, หลู่ เหวยติ่ง ประธานกลุ่มบริษัทว่านเซียง, เฉา ฮุย ประธานบริษัท Fuyao Glass นั่งร่วมโต๊ะกับอีลอน มัสก์ (เทสลา), เจนเซ่น หวง (อินวิเดีย)  , ทิม คุก (แอปเปิล) –ที่มาสถานีโทรทัศน์กลางแห่งจีน
ดร.อรสา รัตนอมรภิรมย์ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คนที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมธุรกิจจีนย่อมรู้ดีว่า “ดีลสำคัญมักเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารมากกว่าในห้องประชุม” และงานเลี้ยงรัฐพิธีต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ก็ไม่ต่างกัน

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในงานค่ำคืนนั้น ไม่ใช่เมนูอาหาร หากแต่เป็นรายชื่อนักธุรกิจจีน 10 คน ที่ได้รับเชิญมานั่งร่วมโต๊ะในงานเลี้ยง

เปรียบเทียบกับการเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์เมื่อปี 2560 ที่โต๊ะฯเต็มไปด้วยเหล่ายักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตและเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ รายชื่อในปี 2569 กลับสะท้อนโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีทั้ง Alibaba, Tencent, JD.com หรือ Pinduoduo แต่มีนักธุรกิจจากภาคการผลิตขั้นสูง โครงการระดับชาติ และบริษัทที่ "ฝังตัว" ลึกอยู่ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ แล้ว

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือกลยุทธ์ที่จีนต้องการ “สร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจใหม่”



กลุ่มที่ 1: "โรงงานจีนในสหรัฐฯ" — ทำให้กำแพงภาษีกลายเป็นเรื่องไร้ความหมาย

- หลู่ เหวยติ่ง (鲁伟鼎) : ประธานกลุ่มบริษัทว่านเซียง (Wanxiang Group)


ว่านเซียงมีโรงงานกว่า 20 แห่งใน 26 รัฐทั่วสหรัฐฯ สร้างงานราว 8,000 ตำแหน่ง และเป็นซัพพลายเออร์หลักในห่วงโซ่ชิ้นส่วนยานยนต์อเมริกาเหนือมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่โรงงานผลิตข้อต่อพวงมาลัยในรัฐอิลลินอยส์ ไปจนถึงฐานผลิตแบตเตอรี่ในรัฐมิชิแกน รากฐานของบริษัทผูกพันแน่นกับการจ้างงานในเขตอุตสาหกรรมเก่า (Rust Belt) อย่างที่ยากจะแยกออกจากเศรษฐกิจในเขตมิตเวสต์ของสหรัฐฯ

หลู่ เหวยติ่ง สืบทอดกลยุทธ์ของบิดาที่ว่า "เป็นเจ้านายชาวอเมริกันในอเมริกา" และในยุคที่ทรัมป์ต้องการดึงฐานการผลิตกลับประเทศ ว่านเซียงกลับยืนหยัดได้อย่างผิดคาด เพราะบริษัทให้บริการทั้งผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ และห่วงโซ่รถยนต์พลังงานใหม่ของจีนไปพร้อมกัน ข้อความที่ส่งออกมาจากโต๊ะงานเลี้ยงจึงชัดเจนหนักแน่นว่า “สหรัฐฯ กำหนดภาษีนำเข้าได้ แต่ในโรงงานของเขตมิดเวสต์ การผลิตของจีนคือหัวใจสำคัญของการจ้างงานชาวอเมริกัน”

- เฉา ฮุย (曹晖) : ประธานบริษัทฟู่เย่า กลาส (Fuyao Glass)

โรงงานผลิตกระจกฟู่เย่าในเมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ บนพื้นที่เดิมของโรงงาน General Motors เป็นที่รู้จักกันดีจากสารคดี "American Factory" จ้างพนักงานชาวอเมริกันกว่า 2,000 คน และในปี 2568 มีรายได้ในสหรัฐฯ แตะ 7,900 ล้านหยวน แม้ในช่วงความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงที่สุด โรงงานก็ยังขยายตัวต่อเนื่อง ไม่ได้ลดการผลิตแม้แต่น้อย

เฉา ฮุยและบิดาใช้เวลา 10 ปีพิสูจน์สิ่งเดียวว่า การผลิตจีนในระดับโลกไม่ได้ "แย่งงาน" ชาวอเมริกัน แต่คือการ "ช่วยรักษา" โรงงานสหรัฐฯ ไว้ เรื่องราวแบบนี้มีเสน่ห์ทางการเมืองอย่างมากสำหรับทรัมป์ที่ต้องการคะแนนเสียงในรัฐอุตสาหกรรมมิดเวสต์

- โจว ฉวินเฟย (周群飞) : ประธาน Lens Technology

ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดในงานเลี้ยงคือการจัดที่นั่งนักธุรกิจหญิงเพียงคนเดียว โจว ฉวินเฟย นั่งโต๊ะเดียวกับ Tim Cook ซีอีโอของ Apple และ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla

"ราชินีแห่งหน้าจอสัมผัส" ผู้นี้เริ่มต้นจากการขัดเงากระจกนาฬิกาในเซินเจิ้นเมื่อปี 2536 ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นซัพพลายเออร์หลักของ Apple ตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกในปี 2550 และตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการจัดหาชิ้นส่วนโครงสร้างภายนอกที่เป็นกระจก โลหะ และเซรามิกสำหรับผลิตภัณฑ์ Apple ทั้งหมด

Lens Technology ยังเป็นพันธมิตรสำคัญของ Tesla ในชิ้นส่วนกระจกและหน้าจอควบคุมส่วนกลางในห้องโดยสาร การได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะงานเลี้ยงครั้งนี้ของเธอไม่ได้มาจากเกมการเมือง แต่มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้ง Apple และ Tesla จะขาดเธอไปไม่ได้


กลุ่มที่ 2: "ตลาดแลกมาตรฐาน" — การเจรจาดึลเครื่องบินโดยสาร

คู่นักธุรกิจที่มีความหมายที่สุดในงานเลี้ยงครั้งนี้ นั่งเคียงกันบนโต๊ะเดียวกัน

หลิว เถี่ยเสียง (刘铁祥) : ประธาน China National Aviation Holding (บริษัทแม่ของ Air China)

Air China คือสายการบินแห่งชาติและลูกค้ารายใหญ่ของโบอิ้ง การปรากฏตัวของหลิว เถี่ยเสียง เป็นการส่งสัญญาณโดยตรงถึงซีอีโอโบอิ้ง อัลท์เบิร์ก นั่นคือการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคำสั่งซื้อในตลาดจีน ซึ่งจีนกำลังมองหาเครื่องบินใหม่มากกว่า 8,000 ลำในอีก 20 ปีข้างหน้า

เฮ่อ ตงเฟิง (贺东风) : ประธาน Commercial Aircraft Corporation of China (COMAC)

หากหลิว เถี่ยเสียง เป็นตัวแทนของ "การซื้อโบอิ้ง" เฮ่อ ตงเฟิง ก็คือตัวแทนของ "การสร้างเครื่องบินโดยสารจีน" C919 เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ลำแรกของจีน ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีการส่งมอบแล้วกว่า 30 ลำ แต่ยังขาดใบรับรองความสมควรเดินอากาศ (Airworthiness Certificate) จากองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบินเส้นทางระหว่างประเทศ

สองคนนี้นั่งเคียงกันบนโต๊ะ เพราะการเจรจาที่แท้จริงกำลังรวมสองเรื่องที่เดิมแยกจากกันเข้าด้วยกัน ได้แก่ คำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง และใบรับรองความสมควรเดินอากาศของ C919 จาก FAA การจัดที่นั่งของนักธุรกิจคู่นี้ได้ส่งสารว่า "จีนพร้อมเป็นตลาดโบอิ้ง หากอเมริกาพร้อมรับรองมาตรฐาน C919"

เหลย จวิน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท เสียวหมี่ (Xiaomi) ซึ่งนั่งโต๊ะข้างๆเคียงเข้ามาขอถ่ายภาพคู่กับอีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา –ที่มา สื่อจีน
กลุ่มที่ 3: "ห้าทหารเสือ" ผู้เชื่อมตลาดโลก

- หยาง หยวนชิ่ง (杨元庆) : ประธานและซีอีโอ Lenovo


เลโนโวคือกรณีตัวอย่างที่ยาวนานที่สุดของการ "ฝังตัว" ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากซื้อกิจการพีซีของ IBM ในปี 2548 และ Motorola Mobility ในปี 2557 ปัจจุบันรายได้กว่า 30% มาจากตลาดสหรัฐฯ มีสำนักงานใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการในนอร์ทแคโรไลนา และทีม R&D ของ Motorola ในชิคาโก ซึ่งจ้างพนักงานชาวอเมริกันหลายพันคน ในวันเดียวกันนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังอนุมัติให้บริษัทจีนหลายแห่งรวมถึง Lenovo สามารถซื้อชิป AI H200 ของ NVIDIA ได้ (แม้ว่าจีนจะยังไม่ซื้อก็ตาม)

- เหลย จวิน (雷军) : ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Xiaomi

Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก ไม่ได้มาในฐานะแค่ "ผู้ขายโทรศัพท์" แต่ยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของ Qualcomm ซึ่งหมายความว่าเหลย จวิน เป็นตัวแทนของผลประโยชน์ร่วมกันที่พัวพันลึกในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างสองชาติ

- โจว หยุนเจี๋ย (周云杰) : ประธาน Haier Group

นับตั้งแต่สร้างโรงงานในเซาท์แคโรไลนาเมื่อปี 2542 ไฮเออร์หยั่งรากในตลาดสหรัฐฯ มากว่า 25 ปี ปัจจุบัน GE Appliances ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จ้างพนักงานกว่า 3,000 คน ตู้เย็นที่ขายในสหรัฐฯ ใช้แบรนด์ GE ผลิตโดยแรงงานชาวอเมริกัน ไฮเออร์จึงเป็นกรณีตัวอย่างที่คว่ำข้อกล่าวหาที่ว่า "จีนขโมยการผลิตของสหรัฐฯ"

- จย่า เส้าเชียน (贾少谦) : ประธาน Hisense Group

คู่แข่งโดยตรงของไฮเออร์ผู้นี้ เลือกเส้นทางต่างออกไป ด้วยฐานการผลิตในเม็กซิโกและยุโรปตะวันออก Hisense จำหน่ายสินค้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) โดยหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างชื่อแบรนด์ระดับโลกผ่านการสนับสนุนฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ทำให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่เพิ่มสูงขึ้นในระดับโลก แสดงให้เห็นว่า ไฮเซนส์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าตามสั่งอีกต่อไป แต่เป็นสินค้า "ผลิตในจีน" ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

การปรากฏตัวร่วมกันของจย่า เส้าเชียน และโจว หยุนเจี๋ย สองยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของจีน ส่งสารที่ก้าวไกลไปจาก "การผลิตในจีนส่งขายไปทั่วโลก" แต่ยังแสดงให้เห็นว่า "แบรนด์จีนก็สามารถเป็นแบรนด์ระดับโลกได้เช่นกัน"

- เหลียง หรู่ปัว (梁汝波) : ซีอีโอ ByteDance

บรรดา 10 นักธุรกิจในงานเลี้ยง เขาเป็นคนเดียวที่บริษัทเคยตกอยู่ในกระแสพายุความขัดแย้งทางเทคโนโลยีระหว่างสองชาติโดยตรง TikTok ผ่านวิกฤตการถูกบังคับขายกิจการมาได้ ด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านความปลอดภัยข้อมูลในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม 2569 โดยมี Oracle, Silver Lake Capital และ MGX ร่วมถือหุ้น การที่เหลียง หรู่ปัว นั่งอยู่บนโต๊ะงานเลี้ยงรัฐพิธีในฐานะซีอีโอ ByteDance ส่งสัญญาณว่า บริษัทเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตชั้นนำของจีนสามารถหาทางอยู่ร่วมกับตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างถูกกฎระเบียบและปลอดภัย

จีนยังมี “ไพ่ที่ทรงพลัง” สำหรับต่อสู้สงครามการค้า นั่นคือ การผูกมัดผลประโยชน์ร่วมกันกับสหรัฐฯ ไว้แน่นที่สุด และการสร้างสิ่งที่อีกฝ่ายขาดไม่ได้ ในภาพ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งฟัง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวคำปราศรัยในงานเลี้ยงรัฐที่มหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14 พ.ค. 2026 (แฟ้มภาพรอยเตอร์)
"ใครไม่มา" บอกอะไรมากกว่า "ใครมา"

Huawei ไม่ได้รับเชิญ ซึ่งไม่น่าแปลกใจ ตั้งแต่ถูกขึ้นบัญชีดำในปี 2561 หัวเว่ยกลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งที่ยังไม่มีทางออก การที่ผู้บริหารหัวเว่ยไปร่วมโต๊ะงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นความอึดอัดสำหรับทั้งสองฝ่าย และสะท้อนว่า ทุกรายชื่อที่ได้รับเชิญ คือผู้ที่ยังมีโอกาสขยายความร่วมมือและรักษาสัมพันธภาพที่ดีร่วมกันได้

Alibaba, Tencent, JD.com และ Pinduoduo ไม่ได้มา ไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ แต่เพราะประเด็นความปลอดภัยข้อมูล การกำกับดูแลอัลกอริทึม และจริยธรรม AI มีความซับซ้อนเกินกว่าจะตกลงกันบนโต๊ะอาหารค่ำครั้งเดียว

BYD และ CATL ไม่ได้มา แม้จะเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ แต่ทั้งสองคือเป้าหมายหลักที่สหรัฐฯ เพ่งเล็งที่สุด ทั้งการตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า การตรวจสอบห่วงโซ่แบตเตอรี่ และข้อกล่าวหาเรื่องการอุดหนุน ยังเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะนำมานั่งโต๊ะเดียวกันได้

ถอดรหัสกลยุทธ์: เมื่อ "การฝังตัว" คืออาวุธที่ทรงพลังกว่ากำแพงภาษี


รายชื่อนักธุรกิจที่ร่วมงานเลี้ยงระดับรัฐพิธีจากปี 2560 สู่ปี 2569 ไม่ใช่แค่การสลับชื่อ แต่คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทั้งระบบ

โมเดลเก่า : "ผลิตในจีน ขายไปสหรัฐฯ" กำลังสูญเสียพลัง การขายสินค้าที่ผลิตในจีนไปยังสหรัฐอเมริกาเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ กำแพงภาษีและการสอบสวนการทุ่มตลาดสามารถปิดช่องทางนี้ได้ทุกเมื่อ

โมเดลใหม่ : มีสองเส้นทาง เส้นทางแรกคือ "ฝังตัว" แบบ Fuyao และ Wanxiang สร้างโรงงานในตลาดปลายทาง จ้างแรงงานท้องถิ่น บูรณาการในห่วงโซ่อุปทาน จนกำแพงภาษีไม่สามารถทำอะไรได้ เส้นทางที่สองคือ "กลายเป็นสิ่งขาดไม่ได้" แบบ Lens Technology มุ่งสู่ความเป็นเลิศในชิ้นส่วนสำคัญจนแบรนด์ชั้นนำระดับโลกไม่มีทางตัดจีนออกจากห่วงโซ่การผลิต

ความท้าทายที่แท้จริงในทศวรรษหน้าจะไม่ใช่ภาษีศุลกากร แต่คือกฎระเบียบและมาตรฐาน ใบรับรองจาก FAA ข้อกำหนดความปลอดภัยข้อมูล มาตรฐานการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา อุปสรรคที่มองไม่เห็นเหล่านี้ แข็งแกร่งกว่ากำแพงภาษีที่มองเห็น อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทจีนที่แข็งแกร่งพอ การผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดจะเป็นเสมือน "คูเมือง" ป้องกันคู่แข่งขันเตะออกจากสนามและพัฒนาไปอย่างยั่งยืนที่สุด

บทสรุป


ในท่ามกลางสงครามการค้าและมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ ใช้กับจีน รายชื่อ 10 นักธุรกิจจีนในงานเลี้ยงรัฐพิธีครั้งนี้ส่งข้อความที่ชัดเจนว่า จีนยังมี “ไพ่ที่ทรงพลัง” ในการต่อสู้กับกำแพงภาษี นั่นคือ การผูกมัดผลประโยชน์ร่วมกันกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไว้แน่นที่สุด และการเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน หรือคำสั่งซื้อ

จีนใช้ "ไพ่คำสั่งซื้อ" เครื่องบินโบอิ้ง ต่อรองให้จีนได้ "เข้าร่วมวง" กำหนดมาตรฐานโลก ขณะที่ TikTok เป็นหลักฐานว่า "จีน – สหรัฐฯ หาทางออกด้วยกันได้"

หัวใจหลักของการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ได้ย้ายจาก "การเข้าถึงตลาดอินเทอร์เน็ต" ไปสู่ "ห่วงโซ่อุปทานการผลิตขั้นสูง" เรียบร้อยแล้ว และนักธุรกิจ 10 คนบนโต๊ะงานเลี้ยงคืนนั้น คือหลักฐานที่เป็นรูปธรรมที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และสะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่า “อุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่ของจีนนั้น ฝังรากลึกอยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก”

ด้วยอุตสาหกรรมการผลิตเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจที่แท้จริง ความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี และการครองความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทานโลก คือ Game Changer ตัวจริง และเป็น “อำนาจต่อรองหลัก” ของการเจรจาผลประโยชน์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในปัจจุบัน