xs
xsm
sm
md
lg

เริ่มไตรมาสที่ 2 ศก.จีนออกอาการแผ่ว การบริโภคและผลผลิตต่ำกว่าที่คาดการณ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พนักงานกำลังทำงานในสายการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงานของบริษัท GCL System Integration Technology ในเมืองเหอเฟย มณฑลอันฮุย ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567  - ภาพ : ไชน่าเดลี
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนขยายตัวเกินคาดในอัตราร้อยละ 5.0 ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ในเดือนเมษายน กลับพบว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มสูญเสียแรงผลักดันในการเติบโต เห็นได้จากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง และยอดค้าปลีกที่แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
 
ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อวันจันทร์ ( 18 พ.ค. ) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายนของจีนขยายตัวร้อยละ 4.1 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 5.7 ในเดือนมีนาคมและยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์เคยคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่ร้อยละ 5.9 ถือเป็นการชะลอการเติบโตมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2566

 
ส่วนยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการบริโภคของประชาชน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2  ลดลงอย่างมากจากร้อยละ 1.7 ในเดือนมีนาคม ถือเป็นการขยายตัวน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 และต่ำกว่าการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 2 อีกด้วย สะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนภายในประเทศซบเซาอย่างต่อเนื่อง


ความเปราะบางของการบริโภคภาคครัวเรือนถูกตอกย้ำให้เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนเมษายน ซึ่งลดลงร้อยละ 21.6 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นับเป็นการลดลงต่อเนื่องกันมา 7 เดือนแล้ว แม้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะพยายามเร่งขยายตลาดในต่างประเทศเพื่อชดเชยกับยอดขายที่อ่อนแอในประเทศก็ตาม


สำหรับการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนหดตัวลงอย่างกว้างขวางในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่บ้านใหม่ก็ลดราคาลงในอัตราช้าที่สุดในรอบหนึ่งปีเช่นกัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงการทรงตัวบ้าง เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นได้ออกมาตรการกระตุ้นยอดขายและเสริมสร้างความเชื่อมั่น


มีสัญญาณบวกในเดือนเมษายนบ้างเหมือนกัน จากการส่งออกของจีนที่ดีเกินคาด เนื่องจากบรรดาโรงงานเร่งผลิตตามคำสั่งซื้อจำนวนมากจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์และผู้ซื้อรายอื่นๆ ซึ่งต้องการกักตุนชิ้นส่วน เนื่องจากความกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจทำให้ต้นทุนการผลิตทั่วโลกสูงขึ้นไปอีก


อย่างไรก็ตาม จาง จื่อเหว่ย ประธานและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management ระบุว่า ลำพังการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นนี้ไม่เพียงพอชดเชยให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้

 
นักวิเคราะห์มองว่า แม้จีนสามารถควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศได้ แต่ถ้าสงครามอิหร่านยืดเยื้อออกไป ต้นทุนการผลิตย่อมสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโรงงานที่อ่อนแออยู่แล้ว


การเริ่มต้นเดือนเมษายนได้ไม่ดีนักทำให้ ING คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวในไตรมาสที่สองก็เป็นได้ 

 
ที่มา : รอยเตอร์