ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนขยายตัวเกินคาดในอัตราร้อยละ 5.0 ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ในเดือนเมษายน กลับพบว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มสูญเสียแรงผลักดันในการเติบโต เห็นได้จากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง และยอดค้าปลีกที่แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อวันจันทร์ ( 18 พ.ค. ) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายนของจีนขยายตัวร้อยละ 4.1 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 5.7 ในเดือนมีนาคมและยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์เคยคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่ร้อยละ 5.9 ถือเป็นการชะลอการเติบโตมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2566
ส่วนยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการบริโภคของประชาชน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 ลดลงอย่างมากจากร้อยละ 1.7 ในเดือนมีนาคม ถือเป็นการขยายตัวน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 และต่ำกว่าการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 2 อีกด้วย สะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนภายในประเทศซบเซาอย่างต่อเนื่อง
ความเปราะบางของการบริโภคภาคครัวเรือนถูกตอกย้ำให้เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนเมษายน ซึ่งลดลงร้อยละ 21.6 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นับเป็นการลดลงต่อเนื่องกันมา 7 เดือนแล้ว แม้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะพยายามเร่งขยายตลาดในต่างประเทศเพื่อชดเชยกับยอดขายที่อ่อนแอในประเทศก็ตาม
สำหรับการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนหดตัวลงอย่างกว้างขวางในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่บ้านใหม่ก็ลดราคาลงในอัตราช้าที่สุดในรอบหนึ่งปีเช่นกัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงการทรงตัวบ้าง เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นได้ออกมาตรการกระตุ้นยอดขายและเสริมสร้างความเชื่อมั่น
มีสัญญาณบวกในเดือนเมษายนบ้างเหมือนกัน จากการส่งออกของจีนที่ดีเกินคาด เนื่องจากบรรดาโรงงานเร่งผลิตตามคำสั่งซื้อจำนวนมากจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์และผู้ซื้อรายอื่นๆ ซึ่งต้องการกักตุนชิ้นส่วน เนื่องจากความกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจทำให้ต้นทุนการผลิตทั่วโลกสูงขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม จาง จื่อเหว่ย ประธานและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management ระบุว่า ลำพังการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นนี้ไม่เพียงพอชดเชยให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้
นักวิเคราะห์มองว่า แม้จีนสามารถควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศได้ แต่ถ้าสงครามอิหร่านยืดเยื้อออกไป ต้นทุนการผลิตย่อมสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโรงงานที่อ่อนแออยู่แล้ว
การเริ่มต้นเดือนเมษายนได้ไม่ดีนักทำให้ ING คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวในไตรมาสที่สองก็เป็นได้
ที่มา : รอยเตอร์


