เมื่ออากาศบริสุทธิ์กลายเป็นของหายาก! นายหลี่ นักศึกษาปริญญาโท วัย 30 ปี จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ผู้มีอาการแพ้บุหรี่ขั้นรุนแรง ตัดสินใจสวมหน้ากากป้องกันสารเคมีและชุดป้องกันมาเรียน หลังร้องเรียนทางมหาวิทยาลัยไปแล้วไม่เป็นผล ซ้ำร้ายกลับถูกมองว่าเป็น "ตัวปัญหา"
โดยร่างกายของนายหลี่มีความไวต่อควันบุหรี่และกลิ่นฉุนเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการคัดจมูกอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หายใจลำบากและกรณีร้ายแรงอาจเกิดอาการหอบหืดเฉียบพลันได้
ทว่ามหาวิทยาลัยที่เขาศึกษาอยู่นั้น มองไปทางไหนก็มีแต่คนสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะตามทางเดิน หรือหอพัก ล้วนเต็มไปด้วยควันบุหรี่ทั้งสิ้น นักศึกษาบางคนถึงขนาดสูบบุหรี่ขณะอาบน้ำด้วยซ้ำ แม้จะมีกฎห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ในร่มและในอาคารต่างๆ ก็ตาม
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นายหลี่พยายามยื่นเรื่องร้องเรียนเป็นร้อยๆ ครั้ง ไปยังแผนกต่างๆ ของมหาวิทยาลัยและสายด่วนบริการประชาชน 12345 ในปักกิ่ง ทว่าไม่เพียงแต่ทางมหาวิทยาลัยจะเพิกเฉย หากยังแจ้งไปยังผู้สูบบุหรี่ให้ทราบล่วงหน้า ว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ จึงทำให้ไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้ สุดท้าย เขาจึงทำได้เพียงอดทน ดูแลและปกป้องตัวเอง ด้วยการสวมหน้ากากและชุดป้องกัน
และเพราะการร้องเรียนดังกล่าว ภายหลังนายหลี่จึงถูกที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเรียกตัวไปพบ ก่อนประณามพฤติกรรมของเขาว่าเป็น "การก่อกวน" และขู่ที่จะดำเนินการทางวินัย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นจงใจสูบบุหรี่นอกหอพักของเขาและทิ้งก้นบุหรี่เอาไว้ สร้างกลุ่มวีแชตขึ้นมา เพื่อด่าทอเขาโดยเฉพาะ
กระทั่งอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังปฏิเสธที่จะเขียนจดหมายแนะนำสำหรับการศึกษาต่อปริญญาเอกให้ อ้างว่า "ไม่แนะนำให้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในจีน" นอกจากนี้ บทความของเขาที่ได้รับการคัดเลือกให้เสนอในงานประชุมวิชาการก็ถูกถอดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ
นายหลี่บอกว่า ถ้าสุขภาพร่างกายของเขาทนได้ เลือกได้เขาก็ไม่อยากมีปัญหา หรือกลายเป็นตัวปัญหาแบบนี้หรอก ที่เขาทำไปทั้งหมดก็แค่หวังว่า จะมีพื้นที่ที่ให้เขาสามารถหายใจได้เหมือนคนปกติทั่วไปก็เท่านั้น
ทั้งนี้ การได้รับควันบุหรี่มือสอง และควันบุหรี่มือสามมาเป็นเวลานาน ทำให้นายหลี่มีอาการเสียงแหบ ตัวบวม และใบหน้าหย่อนคล้อย ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ประกอบกับความไม่มั่นใจและรู้สึกไม่มั่นคงเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง นายหลี่เลยมีความคิดที่จะย้ายออกจากปักกิ่งไปยังฮ่องกง มาเก๊า หรือเมืองอื่นๆ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่อย่างเข้มงวด และหางานอะไรก็ได้ทำ แลกกับการได้อยู่ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ไม่ต้องใส่หน้ากากป้องกันอีกต่อไป
อนึ่ง แม้หลายพื้นที่ในจีนจะเดินหน้ามาตรการควบคุมยาสูบอย่างจริงจัง มีกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างเข้มงวดและรณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีผู้เพิกเฉยและฝ่าฝืนอยู่ไม่น้อย
ที่มา : 对烟敏感百次举报校园吸烟无果 研究生戴防毒面具上课犯众憎


