โกลบอลไทมส์รายงานความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับข่าวเรือบรรทุกน้ำมันของจีนถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ ( ศุกร์ 8 พ.ค.) ว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกโจมตีนั้นจดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ และมีลูกเรือเป็นชาวจีน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีลูกเรือเหล่านี้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ
นอกจากนั้น โฆษกยังกล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศ จีนมีความกังวลอย่างยิ่งที่เรือและลูกเรือจำนวนมากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและติดอยู่ในช่องแคบแห่งนี้ โดยจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในช่องแคบเลวร้ายลงและจีนยินดีที่จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการหยุดยิง การเจรจาสันติภาพ และลดความตึงเครียดในช่องแคบต่อไป
ทั้งนี้ ตามรายงานจากรอยเตอร์และสื่ออื่นๆ เมื่อวันพฤหัสบดี ( 7 พ.ค.) เรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมีของจีน ชื่อว่า JV Innovation ซึ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกโจมตีนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ( 4 พ.ค.) ทำให้ดาดฟ้าเรือเกิดไฟไหม้และลุกลามไปยังเรือที่อยู่ใกล้เคียงโดยบนเรือลำนี้มีเครื่องหมาย "เจ้าของและลูกเรือเป็นชาวจีน”
นับเป็นครั้งแรกที่เรือบรรทุกน้ำมันของจีนถูกโจมตี หลังจากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
นายหลิว ไห่หนิง หัวหน้าวิศวกรของเรือ JV Innovation ซึ่งได้ลงจากเรือไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว ตามแผนการเปลี่ยนกะการทำงาน ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC ว่า เพื่อนร่วมงานที่ยังอยู่บนเรือเล่าว่า ส่วนหัวของเรือถูกโจมตีและเรือยังคงใช้งานได้ตามปกติ โดยลูกเรือไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกโจมตี เพราะเรือไม่ได้เคลื่อนที่และยังบอกไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด เหตุใดเรือจึงตกเป็นเป้าหมาย หรือว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอุบัติเหตุ
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาประกาศว่า สหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการช่วยเหลือเรือที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็ได้ระงับความช่วยเหลือดังกล่าวในวันต่อมา หลังจากที่สหรัฐฯยิงเรืออิหร่านทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธใส่เรือหลายลำและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ก่อนหน้าการรายงานข่าวเรือจีนถูกโจมตีหนึ่งวัน นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ได้พบกับนายอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ที่กรุงปักกิ่ง และทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบอีกครั้ง


